เตรียมตัวแก่อย่างมีความสุข..
Happy Old

ประเทศไทยช่วง 2-3 ปีมานี้...เริ่มมีการพูดถึงเรื่องการก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ของประเทศไทยกันอย่างแพร่หลาย....ในแต่ละปีจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 400,000 คนต่อปี...และปี 2554
ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ complete aged society ซึ่งมีสัดส่วนประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 20% ของประเทศ หรือสัดส่วนประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 14%
ของประเทศ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ หรือ super aged society คือมีสัดส่วนประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 20% ของประเทศ…
นั่นหมายความว่าภาครัฐต้องหามาตรการในการรองรับ และดูแลประชากรกลุ่มนี้ในหลายๆ ด้าน
ถ้าถามว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการหรือมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการดูแลประชากรผู้สูงวัยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในช่วงปลายของชีวิต...ก็ต้องบอกว่า อย่างที่เห็นๆ รู้กันอยู่ว่า...
สิ่งที่รัฐบาลมีหรือเตรียมไว้ค่อนข้างจะมีอย่างจำกัด...
ดังนั้นก่อนที่จะไปรอพึ่งพาแต่การดูแลของภาครัฐถ้าเราเตรียมความพร้อมไว้ด้วยตัวเราเองจะดีกว่า...ซึ่งก็มีดัชนีชี้วัดว่าเราจะมีชีวิตในวัยเกษียณที่ได้ ได้หรือไม่....
ข้อ 1 มีเงินก้อนเพียงพอใช้จ่ายหลังเกษียณแล้ว
2.ลูกเรียนจบก่อนที่จะเกษียณ
3.ภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถหมดก่อนเกษียณ
4.ระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันหมดก่อนเกษียณ
5.เตรียมเงิน หรือมีสวัสดิการรักษาพยาบาลหลังเกษียณแล้ว....
ถ้าถามว่าแล้วจะต้องเป็นอย่างไรให้ตอบโจทย์ได้ทุกข้อของดัชนีชี้วัด 5 ข้อที่ว่านี้....ซึ่งก็ต้องตอบว่าเกิดขึ้นได้จากการวางแผนที่ดี ทั้งในด้านการวางแผนการเงิน และวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณ...
ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดอายุเกษียณของตัวเรา คำนวณจำนวนเงินที่เตรียมไว้หลังเกษียณ....เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออม หรือการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ....การกำหนดเป้าหมายในสิ่งเหล่านี้
และการเลือกวิธีการออมเงินอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า เราจะมีเงินใช้อย่างพอเพียงและมีความสุขได้ดังตั้งใจในวัยเกษียณหรือวันที่หยุดทำงาน....
คำนวณกันคร่าวๆ...ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณแบบพอเพียง คือใช้จ่ายเดือนละ 15,500 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยในขณะที่หากต้องการเกษียณแบบสุขสบาย
จะต้องมีเพียงพอใช้จ่ายเดือนละ 26,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายสันทนาการ สุขภาพ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถ....
ถ้าวันนี้เรายังไม่เริ่มออม ยังไม่ได้วางแผนชีวิต...ก็รีบกันแล้ว...อย่าไปรอลูกหลานมาเลี้ยงเลยเพราะสังคมไทยในยุคนี้ต่างไปจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราแล้ว....
ขอบคุณที่มาข้อมูล http://www.naewna.com/business/columnist/17881
