ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ
นักวิจัย : ชนัดดา แสนสุข
คำค้น : โลหะหนัก -- แง่สิ่งแวดล้อม , รถยนต์ -- ยาง -- แง่สิ่งแวดล้อม , กำแพงกันคลื่น -- แง่สิ่งแวดล้อม , Heavy metals -- Environmental aspects , Automobiles -- Tires -- Environmental aspects , Breakwaters -- Environmental aspects
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ , สมภพ รุ่งสุภา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42401
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ประเทศไทยมียางรถยนต์ใช้แล้วประมาณ 100,000 ตันต่อปี มีเพียง 30% นำกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น แหล่งเชื้อเพลิง ปะการังเทียม ฝาย และแนวกันคลื่น กรณีนำเสาไฟฟ้าชำรุดสวมยางรถยนต์ใช้แล้วทำเป็นแนวกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะนั้น ศึกษาวิจัยคุณภาพสิ่งแวดล้อม (อุณหภูมิ ความเค็ม pH และ DO) 2 ฤดูมรสุมวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนัก (Cd, Cu, Pb และ Zn) ในดินตะกอน และสิ่งมีชีวิตเกาะติด บริเวณแนวกันคลื่นสร้างในปี 2547 และปี 2550 รวมทั้งนอกแนวกันคลื่น และนำยางรถยนต์จากแนวกันคลื่นมาศึกษาการชะละลายโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ วางแผนการทดลองแบบ Factorial Experimental Design ของ pH (5, 8, 9) และความเค็ม (2 ,15, 30 ppt) ทำ 3 ซ้ำ เขย่าชิ้นยางรถยนต์ขนาดเล็กในขวดแก้ว 24 ชั่วโมง สกัดด้วย Ammonium pyrrolidine-dithiocarbamate (APDC), Methyl Isobutyl Ketone (MIBK) และ HNO₃(conc.) วิเคราะห์โลหะหนักด้วย Flame Atomic Absorption Spectrophotometer (FAAS) ผลการศึกษาพบว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อม [อุณหภูมิ (28.8-29.7°C) ความเค็ม (2.0-8.0 ppt) pH (7.5-7.8) และ DO (4.13-5.11 mg/l)] มีค่าอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล ปริมาณโลหะหนักในดินตะกอน และสิ่งมีชีวิตเกาะติด มีค่าอยู่ในมาตรฐานทั้ง 2 ฤดูมรสุม การเปลี่ยนแปลงความเค็มเมื่อ pH=8 ไม่ส่งผลต่อการชะละลายออกมาของโลหะหนักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่การชะละลายออกลดลงเมื่อ pH=9 และเพิ่มการชะละลายออกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อ pH=5 โดยเฉพาะแคดเมียมและสังกะสี ในสภาวะที่ pH =5 และความเค็ม 15-30 ppt ส่งผลให้การชะละลายออกมากที่สุด อย่างไรก็ตาม pH ในช่วง 7.0-8.5 และความเค็มของน้ำทะเลชายฝั่งในช่วง 7-35 ppt ซึ่งทัดเทียมกับสภาพน้ำทะเลทั่วไปนั้น ปริมาณแคดเมียม ตะกั่ว และทองแดงมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล โดยที่สังกะสีมีค่าเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล แต่ยังไม่เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของประเทศไทย อีกทั้งสังกะสียังเป็นธาตุที่จำเป็นต่อการเติบโตของสิ่งมีชีวิต กล่าวได้ว่า การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นไม่ส่งผลทางลบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า ข้อควรระวังในการใช้ประโยชน์จากยางรถยนต์ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่มี pH และความเค็มที่เหมาะสม ปลอดภัย จากโอกาสเกิดความเป็นพิษ เพื่อให้การใช้ประโยชน์เต็มศักยภาพ

บรรณานุกรม :
ชนัดดา แสนสุข . (2555). การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนัดดา แสนสุข . 2555. "การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนัดดา แสนสุข . "การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ชนัดดา แสนสุข . การชะละลายโลหะหนักจากยางรถยนต์ในแนวกันคลื่นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.