| ชื่อเรื่อง | : | ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระเดี่ยวในพยางค์ลดรูปที่ปรากฏในหน่วยจังหวะประเภท 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ในภาษาไทยกรุงเทพฯ |
| นักวิจัย | : | สุมนมาศ ปุโรทกานนท์ |
| คำค้น | : | ภาษาไทย -- สระ , ภาษาไทย -- สัทศาสตร์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธีระพันธ์ เหลืองทองคำ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13355 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 วิเคราะห์และเปรียบเทียบลักษณะทางกลสัทศาสตร์ อันได้แก่ ค่าความถี่ฟอร์เมินท์ และค่าระยะเวลาของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวที่ปรากฏในพยาค์ลดรูป (w) ในหน่วยจังหวะ 2 พยางค์ [sw] กับปรากฎในพยางค์ลดรูปพยางค์แรก (w1) และในพยางค์ลดรูปพยางค์ที่สอง (w2) ในหน่วยจังหวะ 3 พยางค์ [sw1w2] ของภาษาไทยกรุงเทพฯ โดยเก็บข้อมูลจากผู้บอกภาษาเพศหญิงจำนวน 10 คน ด้วยการให้ผู้บอกภาษาเล่าเรื่องตามหัวข้อที่ผู้วิจัยกำหนด แล้วจึงวิเคราะห์หาหน่วยจังหวะแบบ 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ด้วยการฟัง พร้อมทั้งคัดเลือกสระเดี่ยวเสียงสั้น 9 หน่วยเสียง และสระเดียวเสียงยาว 9 หน่วยเสียง จำนวนหน่วยเสียงละ 3 ตัวอย่างที่ปรากฏในพยางค์ w ในหน่วยจังหวะ 2 พยางค์ และที่ปรากฎในพยางค์ w1 และ w2 ในหน่วยจังหวะแบบ 3 พยางค์ จากนั้นจึงวิเคราะห์ลักษณะเชิงกลสัทศาสตร์ของเสียงสระ ทั้งค่าความถี่ฟอร์เมินท์และค่าระยะเวลาด้วยโปรแกรมพราท (Praat version 4.2.31) ผลการวิจัยพบว่าในพยางค์ w, w1, w2 ค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 ของสระกลาง (mid central vowel) แสดงลักษณะทางกลสัทศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 ของสระลดรูป และเฉพาะค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 ของสระหน้ากลาง สระกลาง-กลาง สระหลังกลาง สระหลังต่ำ และเฉพาะค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 2 ของสระกลางสูง และสระกลางต่ำ ที่มีลักษณะทางกลสัทศาสตร์ใกล้เคียงกับค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 ของสระลดรูปตามลำดับ นอกจากนี้ค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 ของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w กับ w1 และในพยางค์ w กับ w 2 ไม่สูงหรือต่ำกว่ากันอย่างเด่นชัด ส่วนค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 ของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w1 กับในพยางค์ w2 ค่อนข้างไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ค่าระยะเวลาของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w1 กับในพยางค์ w2 ส่วนใหญ่น้อยกว่าค่าระยะเวลาของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w ส่วนค่าระยะเวลาของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w1 กับในพยางค์ w2 ค่อนข้างไม่แตกต่างกัน ผลการทดสอบความแตกต่างทางสถิติ t-test ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ปรากฏว่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2 และ ค่าระยะเวลาของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวในพยางค์ w กับ w1 ในพยางค์ w กับ w2 และในพยางค์ w1 กับ w2 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ค่าระยะเวลาเฉลี่ยของสระเดี่ยวเสียงสั้นกับค่าระยะเวลาเฉลี่ยของสระเดี่ยวเสียงยาว แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในพยางค์ลดรูปทุกแบบ แสดงให้เห็นว่าในพยางค์ลดรูปหรือพยางค์ที่ไม่ได้รับการลงเสียงหนัก สระก็ยังคงรักษาความแตกต่างระหว่างความสั้นยาวไว้ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ในพยางค์ลดรูป สระเดี่ยวเสียงสั้นในภาษาไทยมีแนวโน้มในการลดรูปมากกว่าสระเดี่ยวเสียงยาว ซึ่งไม่เกิดการลดรูปเท่าใดนัก แสดงให้เห็นว่าสระเดี่ยวเสียงยาวค่อนข้างมีความมั่นคง (robust) จึงเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าสระเดี่ยวเสียงสั้น โดยภาพรวม ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ ทั้งคุณลักษณะของสระ (ค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 และที่ 2) และความสั้นยาวของสระเดี่ยวทั้งเสียงสั้นและเสียงยาว (ค่าระยะเวลา) ที่ปรากฏในพยางค์ w, w1 และ w2 ไม่ค่อยแตกต่างกันจนมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างของหน่วยจังหวะมีอิทธิพลไม่มากนัก ต่อความถี่ฟอร์เมินท์และค่าระยะเวลาของสระที่ปรากฏในพยางค์ลดรูปทั้ง 3 แบบ |
| บรรณานุกรม | : |
สุมนมาศ ปุโรทกานนท์ . (2549). ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระเดี่ยวในพยางค์ลดรูปที่ปรากฏในหน่วยจังหวะประเภท 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ในภาษาไทยกรุงเทพฯ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุมนมาศ ปุโรทกานนท์ . 2549. "ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระเดี่ยวในพยางค์ลดรูปที่ปรากฏในหน่วยจังหวะประเภท 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ในภาษาไทยกรุงเทพฯ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุมนมาศ ปุโรทกานนท์ . "ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระเดี่ยวในพยางค์ลดรูปที่ปรากฏในหน่วยจังหวะประเภท 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ในภาษาไทยกรุงเทพฯ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. สุมนมาศ ปุโรทกานนท์ . ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระเดี่ยวในพยางค์ลดรูปที่ปรากฏในหน่วยจังหวะประเภท 2 พยางค์ และ 3 พยางค์ ในภาษาไทยกรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
