| ชื่อเรื่อง | : | การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาเชื้อไข้หวัดนก |
| นักวิจัย | : | พิไล พันธ์พุธวัฒนะ , Pilaipan Puthavathana |
| คำค้น | : | Avian influenza , Biological sciences , Drug resistance , Immune response , Immunogenetcis , Immunology , P-00-10071 , การดื้อยา , ภูมิคุ้มกัน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , ไข้หวัดนก |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1483 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วยโครงการวิจัยย่อย 3 โครงการ คือ 1) การศึกษาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดนก (H5N1 influenza virus) ; 2) การเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกดื้อยา oseltamivir และ 3) การพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาวิจัยเชื้อไข้หวัดนก ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดนกในคนนั้นมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากเป็นโรคที่พบอยู่ในแถบเอเชียเท่านั้น และผู้ป่วยมากกว่า 70% จะถึงแก่กรรม ทำให้มี subjects ที่จะนำมาใช้ในการศึกษาไม่มากนัก ในประเทศไทยขณะนี้ มีผู้รอดชีวิตจากโรคไข้หวัดนกอยู่เพียง 5 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 17 ราย และยังพบผู้ที่สัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรคโดยตนเองไม่มีอาการ แต่ผลการตรวจซีรั่มพบว่า มี neutralizing antibody ต่อเชื้อ H5N1 viruses อีกหลายสิบราย ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยไข้หวัดนกรอดชีวิต หรือผู้สัมผัสโรคติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ คงจะมีอยู่หลายประการ แต่ปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่งน่าจะได้แก่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มี ประสิทธิภาพ โครงการวิจัยนี้จะทำการศึกษาเกี่ยวกับ humoral immunity และ cellular immunity ในบุคคลสองกลุ่มนี้เปรียบเทียบกับผู้ติดเชื้อ human influenza H3N2 หรือ H1N1 viruses การวิจัยจะแสวงหาข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาวัคซีนซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิด ภูมิคุ้มกันข้าม subtypesได้ โดยจะทำการศึกษา cellular immunity โดยวิธี cytotoxic T lymphocyte (CTL) assay ร่วมกับวิธี ELISpot โดยวิธี CTL จะให้คำตอบว่าอาสาสมัครมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไข้ หวัดนกหรือไม่ และวิธี ELISpot จะให้คำตอบว่า epitopes ใด โดยเฉพาะ CD4+ และ CD8+ T cell epitopes เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน และจะทำการศึกษา humoral immunity โดยตรวจหาระดับแอนติบอดีที่สามารถคุ้มกันโรค/การติดเชื้อได้ โดยการทดสอบด้วยวิธี micro-neutralization (NT) test ในหลอดทดลอง ร่วมกับการทำ virus challenging ในสัตว์ทดลอง ยารักษา human influenza viruses ซึ่งใช้กันแพร่หลาย คือ oseltamivir และได้นำยานี้มาใช้ในการรักษาไข้หวัดนกด้วย ยังไม่มีข้อมูลว่า เชื้อไข้หวัดนก sensitive ต่อยาในระดับเดียวกับ human influenza viruses H3N2 หรือ H1N1 และถ้าการระบาดยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เชื้อไข้หวัดนกจะกลายพันธุ์ จนดื้อยา oseltamivir หรือไม่ การศึกษาวิจัยไข้หวัดนกในระดับอณูชีววิทยาในประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่าง มาก ทำให้เทคนิคพื้นฐานบางอย่างถูกมองข้ามไป เช่น การทำ hemagglutination ที่ใช้ในการ recognize เชื้อไวรัสที่แยกได้จากตัวอย่างตรวจ ควรจะใช้เม็ดเลือดแดงชนิดใดจึงจะมีความไวในการตรวจจับเชื้อไวรัสจำนวนน้อยๆ ได้ หรือ ในการตรวจหาแอนติบอดี โดยวิธี micro-neutralization test ควรจะใช้วิธีการทดสอบใด หรือแอนติเจนชนิดใด ในการตรวจยืนยันผลที่ได้ เป็นต้น |
| บรรณานุกรม | : |
พิไล พันธ์พุธวัฒนะ , Pilaipan Puthavathana . (2551). การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาเชื้อไข้หวัดนก.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พิไล พันธ์พุธวัฒนะ , Pilaipan Puthavathana . 2551. "การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาเชื้อไข้หวัดนก".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พิไล พันธ์พุธวัฒนะ , Pilaipan Puthavathana . "การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาเชื้อไข้หวัดนก."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2551. Print. พิไล พันธ์พุธวัฒนะ , Pilaipan Puthavathana . การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการพัฒนาเทคนิคพื้นฐานเพื่อการศึกษาเชื้อไข้หวัดนก. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2551.
|
