| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ |
| นักวิจัย | : | มณีรัตน์ สิทธิโชค |
| คำค้น | : | เทคโนโลยีสารสนเทศ , อินเตอร์เน็ตในการศึกษา , ผู้บริหารโรงเรียน , ผู้บริหารโรงเรียน , ครู , นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ -- ไทย , นโยบายการสื่อสาร -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กิดานันท์ มลิทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741746113 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5541 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 ศึกษาความความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และศึกษาปัจจัยคัดสรรที่ร่วมกันอธิบายความแปรปรวน ของความความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาจากครูกับปัจจัยคัดสรร พบปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความคิดเห็น ในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 29 ตัว 3 อันดับแรกได้แก่ 1) การฝึกอบรม 2) การพัฒนาทักษะ 3) ใช้ Microsoft Access ในการบริหารงานโรงเรียน และพบว่าปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ทางลบ กับความคิดเห็นในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 1 ตัวคือ ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 28.8 Kbps 2. การหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาจากผู้บริหารกับปัจจัยคัดสรร พบปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ทางบวก กับความคิดเห็นในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 3 ตัว ได้แก่ 1) ภาพลักษณ์ของโรงเรียน 2) การให้รางวัล 3) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 3. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบปกติจากตัวแปรที่ศึกษาจากครู พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 10 ตัว โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถร่วมอธิบายความแปรปรวน ของความคิดเห็นในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ เท่ากับ 64.5% 4. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบปกติจากตัวแปรที่ศึกษาจากผู้บริหาร พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 2 ตัว โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถร่วมอธิบายความแปรปรวน ของความคิดเห็นในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ เท่ากับ 82.3% 5. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรเป็นขั้นจากตัวแปรที่ศึกษาจากครู พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 10 ตัว โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถร่วมอธิบายความแปรปรวน ความคิดเห็นในการปฏิบัติงานได้เท่ากับ 52.0% 6. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรเป็นชั้นจากตัวแปรที่ศึกษาจากผู้บริหาร พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความคิดเห็นในการปฏิบัติงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 2 ตัว โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถร่วมอธิบายความแปรปรวนความคิดเห็นในการปฏิบัติงานได้เท่ากับ 79.4% |
| บรรณานุกรม | : |
มณีรัตน์ สิทธิโชค . (2546). ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มณีรัตน์ สิทธิโชค . 2546. "ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มณีรัตน์ สิทธิโชค . "ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. มณีรัตน์ สิทธิโชค . ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อความคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารและครู ในโรงเรียนผู้นำการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
