| ชื่อเรื่อง | : | การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม |
| นักวิจัย | : | สิทธิชัย ฮะทะโชติ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000245 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกรามเป็นการศึกษาระดับที่เหมาะสมของการใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม(~iMacrobrachium rosenbergii~i de Man) ต่อประสิทธิภาพการย่อยได้, การเติบโต,การใช้ประโยชน์ของอาหารและระยะเวลาการลอกคราบ ทำการศึกษาในกุ้งก้ามกรามขนาด19(+,ฑ)3.0 กรัม ที่ได้รับอาหารที่มีดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่น มีโปรตีน35(+,ฑ)3.0 เปอร์เซ็นต์ และมีพลังงานย่อยได้ 3,200(+,ฑ)100 กิโลคาลอรี่/กิโลกรัมศึกษาการใช้ดักแด้ไหมทดแทนปลาป่น 5 ระดับคือ 0, 25, 50, 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนจากปลาป่น ในการทดลองนี้ประกอบด้วย 3 การทดลองย่อย, การทดลองที่ 1 ศึกษาประสิทธิภาพการย่อยได้ของโภชนะในอาหารและวัตถุดิบ, การทดลองที่ 2 ศึกษาผลของการใช้ดักแด้ไหมต่อสมรรถภาพการเจริญเติบโตและการใช้ประโยชน์ของอาหาร และการทดลองที่ 3ศึกษาผลของการใช้ดักแด้ไหมต่อระยะเวลาการลอกคราบ ผลการทดลองพบว่า ประสิทธิภาพการย่อยได้ของโปรตีนโดยเอนไซม์เปปซินของวัตถุดิบอาหารทั้ง 4 ชนิดคือ ปลาป่น, ดักแด้ไหม,กากถั่วเหลืองและแกลบกุ้งมีค่าอยู่ในช่วง 80.12(+,ฑ)0.69-88.70(+,ฑ)0.76 เปอร์เซ็นต์สำหรับประสิทธิภาพการย่อยได้ของโปรตีนโดยเอนไซม์เปปซินของอาหารทดลอง 5 ระดับมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) มีประสิทธิภาพการย่อยได้อยู่ในช่วง 81.36(+,ฑ)0.41-84.22(+,ฑ)0.14 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการทดลองที่ 2 พบว่าสมรรถภาพการเติบโตและการใช้ประโยชน์ของอาหารมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) โดยน้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมีค่าอยู่ในช่วง 0.11(+,ฑ)0.02-0.15(+,ฑ)0.03 กรัม/ตัว/วัน ในส่วนของปริมาณอาหารที่กินเฉลี่ยต่อวันมีค่าอยู่ในช่วง 0.28(+,ฑ)0.04-0.35(+,ฑ)0.04 กรัม/ตัว/วัน,อัตราการเปลี่ยนอาหารมีค่าอยู่ในช่วง 2.15(+,ฑ)0.24-3.07(+,ฑ)0.61, ประสิทธิภาพของอาหารมีค่าอยู่ในช่วง 33.83(+,ฑ)6.02-46.77(+,ฑ)9.34%, ประสิทธิภาพของโปรตีนมีค่าอยู่ในช่วง 0.89(+,ฑ)0.16-1.27(+,ฑ)0.14 และค่าประโยชน์สุทธิของโปรตีนมีค่าอยู่ในช่วง 0.45(+,ฑ)0.08-0.62(+,ฑ)0.07 ตามลำดับ สำหรับการทดลองที่ 3 พบว่าระยะเวลาในการลอกคราบของกุ้งก้ามกรามมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) โดยมีระยะเวลาในการลอกคราบอยู่ในช่วง 27.00(+,ฑ)2.64-33.00(+,ฑ)2.64 วัน ดังนั้นดักแด้ไหมสามารถใช้ทดแทนปลาป่นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหาร โดยทดแทนได้ถึง 37.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก |
| บรรณานุกรม | : |
สิทธิชัย ฮะทะโชติ . (2546). การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิทธิชัย ฮะทะโชติ . 2546. "การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิทธิชัย ฮะทะโชติ . "การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. สิทธิชัย ฮะทะโชติ . การใช้ดักแด้ไหมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารกุ้งก้ามกราม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
