| ชื่อเรื่อง | : | สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997) |
| นักวิจัย | : | นาฎนภางค์ ดำรงสุนทรชัย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60467 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์เรื่อง สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินงานของสหประชาชาติในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักขององค์การในการธำรงรักษาสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยผู้ศึกษาได้นำปฏิบัติการขององค์การบริหารชั่วคราวแห่ง สหประชาชาติในกัมพูชา (United Nations Transitional Authority in Cambodia : UNTAC) มาเป็นกรณีศึกษา สำหรับความสำคัญของเรื่องที่จะศึกษานั้น ผู้ศึกษาประเมินว่าการแก้ไขความขัดแย้ง ของสหประชาชาติในยุคสงครามเย็นมักจะเป็นยุติปัญหาความขัดแย้งที่เชื่องช้า (Passive Settlement) เนื่องจากโครงสร้างของมหาอำนาจและระบบการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่เอื้อ อำนวย แต่เมื่อมีการคลี่คลายในยุคหลังสงครามเย็นตั้งแต่เมื่อช่วงปลายของทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ปัญหากัมพูชา ด้วยการลงนามในข้อตกลงเพื่อการยุติปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา โดยสันติวิธีอย่างสมบูรณ์แบบ ณ กรุงปารีส ในปี ค.ศ.1991 และได้ให้อำนาจแก่สหประชาชาติ ในการจัดตั้งปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่มีขอบเขตและอาณัติที่กว้างขวาง ในการเข้าไปทำ หน้าที่ถ่ายโอนอำนาจการบริหาร และดูแลการเลือกตั้ง รวมถึงการสถาปนาสถาบันทางการเมือง ภายในกัมพูชา ระหว่างปี ค.ศ.1992-1993 อย่างที่ปฏิบัติการรักษาสันติภาพอื่น ๆ ของ สหประชาชาติมิเคยได้รับอาณัติเช่นนี้มาก่อน ซึ่ง UNTAC นอกจากจะมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยน ผ่านทางอำนาจและการยุติปัญหาความขัดแย้งภายในของกัมพูชาแล้ว UNTAC ยังมีนัยสำคัญต่อการ ปรับเปลี่ยนและขยายบทบาทของสหประชาชาติในยุคหลังสงครามเย็นอีกด้วย การศึกษานี้ ได้นำแนวความคิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยองค์การ ระหว่างประเทศที่นำเสนอโดย K.J.Holsti และแนวความคิดเกี่ยวกับการประกาศวาระเพื่อ สันติภาพ (An Agenda for Peace) โดยนายบูโทรส บูโทรส กาลี (Butros Butros Ghali) มาเป็นแนวทางในการศึกษาว่าสหประชาชาติ ได้นำแนวความคิดดังกล่าวมาเป็นหลักปฏิบัติ ในการขยายบทบาทและการดำเนินงานของสหประชาชาติในยุคหลังสงครามเย็นอย่างไร พร้อมกับ นำแนวความคิดในการประเมินผลงานของกองกำลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติ ซึ่งนำเสนอโดย Paul F.Diehl ในหนังสือ International Peacekeeping มาเป็นกรอบการวิเคราะห์ ประเมินผล ปัญหาและอุปสรรคของปฏิบัติการดังกล่าว แม้ปฏิบัติการ UNTAC ซึ่งโดยทั่วไปมักจะได้รับการกล่าวถึงในฐานะที่เป็นปฏิบัติ การรักษาสันติภาพของสหประชาชาติที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับปฏิบัติ การอื่น อาทิ UNPROFOR ในอดีตประเทศยูโกสลาเวียหรือ UNOSOM ในประเทศโซมาเลีย ซึ่งเป็น ปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่จากการศึกษาบทบาท ของสหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (1991-1997) ในวิทยานิพนธ์ ฉบับนี้ ผู้ศึกษาได้พยายามศึกษาพัฒนาการของการดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งในกัมพูชาโดย องค์รวม ทั้งก่อนการปฏิบัติการ UNTAC ระหว่างปฏิบัติการฯ และผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลัง จากการปฏิบัติงานฯ และพบว่าสหประชาชาติ ไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งและสถาปนาสันติภาพอย่างแท้จริงในกัมพูชา เนื่องจาก 1. ข้อจำกัดในศักยภาพทางด้านกำลัง การแข่งขันในด้านทรัพยากรกับปฏิบัติการ อื่น ๆ ของกองกำลังรักษาสันติภาพที่ขยายตัวเป็นอย่างมากในยุคหลังสงครามเย็น ความไม่ พร้อมในการเตรียมการ การขาดความต่อเนื่อง การขาดการประสานงานบังคับบัญชา และการ ควบคุมภายในองค์กร UNTAC เอง 2. การขาดการสนับสนุนอย่างจริงจัง และความไม่เป็นกลางของชาติมหาอำนาจ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ตามที่ได้วางไว้ในกรอบข้อตกลงสันติภาพ กรุงปารีส ในปี 1991 3. การขาดความร่วมมือของกลุ่มการเมืองภายในกัมพูชา ซึ่งได้แก่ กลุ่มเขมรแดง ที่ปฏิเสธการหยุดยิง การรวมกองกำลัง และการเลือกตั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นของปฏิบัติการฯ และการไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจการบริหารภายใน อีกทั้งการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งของฝ่าย รัฐบาลพนมเปญ (SOC หรือในนามพรรคประชาชน : CPP) ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มความขัดแย้งทางการเมืองภายในกัมพูชา เข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ ซึ่งอำนวยการ โดยสหประชาชาติ โดยมุ่งหวังที่จะช่วงชิงอำนาจและความได้เปรียบทางการเมือง มากกว่า ที่จะมุ่งความปรองดองแห่งชาติและสันติภาพในกัมพูชา นอกจากนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ได้นำเสนอไว้ว่า หากสหประชาชาติจะสรุปบทเรียนจาก ประสบการณ์ของ UNTAC เพื่อนำไปปรับใช้กับการดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกรณี อื่น ๆ สหประชาชาติควรจะกำหนดเป้าหมาย และขอบเขตปัญหาให้ชัดเจน และมีความสอดคล้อง กับข้อเท็จจริงในระดับความสามารถและศักยภาพของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ศักยภาพดังกล่าว จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น ด้วยการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ซึ่ง เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในช่วงก่อนปฏิบัติการ ขณะ ปฏิบัติการและการสร้างกลไกดูแลรองรับประเทศที่มีความขัดแย้งภายหลังการปฏิบัติงาน รักษาสันติภาพ เพื่อให้กรอบการดำเนินงานที่สหประชาชาติได้วางไว้ในวาระสันติภาพ มีผล ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และมีคุณูปการรักษาและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง ระหว่างประเทศ ดังวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสหประชาชาติมากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
นาฎนภางค์ ดำรงสุนทรชัย . (2540). สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นาฎนภางค์ ดำรงสุนทรชัย . 2540. "สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นาฎนภางค์ ดำรงสุนทรชัย . "สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. นาฎนภางค์ ดำรงสุนทรชัย . สหประชาชาติกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา (คศ.1991-1997). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
