ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา
นักวิจัย : นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60230
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ เป็นการศึกษาบ้านเรือนและ ที่อยู่อาศัยของชาวนาภาคกลาง ณ บ้านหมู่ลาว อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีจุดประสงค์เพื่ออธิบายสังคมชาวนา ในบริบททางวัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับ แบบแผนชีวิต (life pattern) หรือลักษณะการทำมาหากินของชาวนา นับตั้งแต่การตั้งถิ่นฐาน การทำนาแบบพึ่งธรรมชาติ การทำนา แบบเครื่องจักร การทำงานนอกภาคเกษตรกรรม และการทำงาน ในเมือง แบบแผนชีวิตต่าง ๆ กันนี้ มีความผูกพันธ์กับลักษณะ การอยู่อาศัย การจัดระเบียบของครัวเรือน การสร้างความ สัมพันธ์ทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธรรมชาติในท้องถิ่น จากการศึกษาพบว่า สังคมชาวนาบ้านหมู่ลาว เกิดขึ้น ในช่วงรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีอายุประมาณ 100-150 ปี สังคม ชาวนาที่นี่มีลักษณะเป็น สังคม บ้านทุ่ง (homestead) ซึ่งเกิดขึ้นใหม่ต่างจากชุมชนดั้งเดิม กล่าวคือ ชาวนาของ สังคมบ้านทุ่งเป็นชาวนาอพยพ และมีหลายเชื้อชาติ ทั้ง ไทย ลาว มอญ เขมรและจีน คนเหล่านี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ กระจัดกระจายตามลำคลอง จับจองที่ดินเพาะปลูกข้าวนาหว่าน โดยอาศัยแรงงานคนและสัตว์ ซึ่งบางครั้งต้องเผชิญกับภัยแล้ง น้ำท่วมและลมพายุ สังคมบ้านทุ่งยังต้องพึ่งพาศูนย์กลางทาง ศาสนา และเศรษฐกิจจากชุมชนที่มีขนาดใหญ่กว่าโดยรอบ ซึ่งทำให้เครือข่ายทางสังคมมีลักษณะเปิดกว้าง และรวมตัว กันอย่างหลวม ๆ นอกจากนั้นยังถูกกระตุ้นและเติบโตมาพร้อม กับการค้าข้าว และระบบทุนนิยม ซึ่งทำให้ชาวนาต้องปรับตัว และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เงื่อนไขของการทำมาหากินจากการทำนาหว่านพึ่ง ธรรมชาติมาสู่การใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีผลกระทบต่อลักษณะการอยู่อาศัย กล่าวคือ บ้านเรือนใน ระยะแรกคือเรื่องเครื่องผูก สร้างจากไม้ไผ่ ซึ่งขาดความ คงทน ถูกปรับปรุงแก้ไขมาเป็นเรือนฝากระดานและเรือน เครื่องสับ ซึ่งแข็งแรงกว่า จนถึงหลัง พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา จึงเกิดเรือนบังกะโลที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ขณะที่ เรือนไทยเครื่องสับจะถูกต่อเติมพื้นที่ให้ใกล้เคียงเรือน บังกะโลมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยยังพบได้ จากส่วนประกอบของบ้าน จากเดิมบ้านประกอบด้วยเรือน โรงครัว โรงควาย ยุ้งข้าว บ่อน้ำ และลานบ้าน มาสู่ บ้านที่ประกอบพื้นเพียงเรือนและโรงครัว และเพิ่มเติม พื้นที่ห้องน้ำห้องส้วมในเวลาต่อมา การเปลี่ยนแปลงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ บ้านเรือนของชาวนาในช่วงเวลาประมาณ 150 ปี ซึ่งเปลี่ยนจากพื้นที่การทำงานของคนจำนวนมาก (ระเบียง+ ชาน+ลานบ้าน) มาสู่พื้นที่เพื่อการพักผ่อนส่วนบุคคล (ห้องนอน,ห้องน้ำ,ห้องดูโทรทัศน์) ขณะที่การทำงานในไร่ นา เริ่มหายไปเพราะปัญหาหนี้สิน ชาวนาส่วนมากจะขายที่ดิน และเข้ามาหางานทำและอาศัยอยู่ในเมือง บ้าน ของชาวนา บางส่วนจึงไม่มีคนอาศัยอยู่ จนกระทั่งถึงวันหยุด หรือ เทศกาล และชาวนาบางส่วนจะมี บ้าน ไว้เพื่อการทำกิจกรรม ที่เน้นความพึงพอใจส่วนตัว ที่ง่ายและสะดวก ซึ่งตัดขาด การทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ สิ่งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทาง สังคมของคนในท้องถิ่นเป็นแบบสั้น ๆ และไม่มีการพึ่งพาอาศัย กันระยะยาวเหมือนเช่นอดีต

บรรณานุกรม :
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ . (2539). บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ . 2539. "บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ . "บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ . บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์สังคมของชาวนาไทย ภาคกลาง กรณีศึกษาบ้านหมู่ลาว ต.ปลายกลัด อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.