ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
นักวิจัย : พเยาว์ ศรีแสงทอง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60067
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและ การเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณี สมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงลักษณะ การเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ปัจจัยบางประการ ที่มีอิทธิพลต่อระดับการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการได้รับการสนับสนุน ทางสังคมระหว่างกลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่เปิดเผยตัว กับผู้ติดเชื้อเอดส์ค่อนข้างเปิดเผยตัว กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ติดเชื้อเอดส์ที่เป็นสมาชิกของชมรมเพื่อนวันพุธเก็บ ข้อมูลในระหว่างเดือนมกราคม 2539-มีนาคม 2539 จำนวน 125 คน ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ในรายกรณีศึกษาเจาะลึก 3 ราย และใช้เครื่อง บันทึกเสียงเป็นเครื่องมือและจากความร่วมมือของ เจ้าหน้าที่ชมรมเพื่อนวันพุธ 4 คน โดยวิธีการสัมภาษณ์ จากแบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีเนื้อหา 4 ส่วนคือ ข้อมูลทั่วไปของผู้ติดเชื้อเอดส์ แบบสอบถามเรื่อง มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเอง แบบสอบถามเรื่องการได้รับ การสนับสนุนทางสังคมและแบบสอบถามเกี่ยวกับการ เปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ วิเคราะห์และประมวล ผลด้วยโปรแกรม SPSS (Statistical Package for the Social Science Program) หาค่าทาง สถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 สถิติที่ใช้ คือ การหาค่า ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (T-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) โดยการวิเคราะห์ความ แปรปรวนทางเดียว (One Way Analysis of Variance) การทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีเชฟเฟ (Scheffes- test) และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน Pearson product moment correlation coefficient) การศึกษาพบว่า 1. ผู้ติดเชื้อเอดส์กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา ส่วนใหญ่ เป็นเพศชายมากว่าเพศหญิง และมีอายุตั้งแต่ 21-52 ปี โดยช่วงอายุระหว่าง 25-29 ปี มีจำนวนมากที่สุด สถานภาพสมรสเป็นโสดและสมรสแล้วในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน มีการศึกษาอยู่ในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเช่าบ้านคนอื่นอยู่ร่วมกับ พ่อ แม่ พี่ น้องและเครือญาติ รู้ตัวว่าติดเชื้อเอดส์อยู่ใน ระหว่าง 13-24 เดือนมากที่สุด ประกอบอาชีพด้วยการ เป็นลูกจ้างของบริษัท ห้างร้าน โรงงาน และไม่ได้ประกอบ อาชีพ มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 5,001-10,000 บาท ฐานะทางการเงินพอกินพอใช้และผู้ติดเชื้อเอดส์ส่วนใหญ่ เป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว 2. ลักษณะการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ พบว่ามีผู้ติดเชื้อเอดส์เพียงครึ่งเดียวที่ยอมเปิดเผยตัว และมีจำนวนอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว โดย มีแนวโน้มการเปิดเผยตัวเฉพาะกับกลุ่มผู้ให้การรักษาคน ในครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกัน หรือไม่ก็จะไม่บอกกับ ใครเลย เหตุผลในการเปิดเผยตัว ส่วนใหญ่เพราะไม่ อยากเห็นผู้อื่นติดเชื้อเหมือนตน ต้องการกำลังใจและ ความเข้าใจ อยากให้มีคนดูแลช่วยเหลือยามเจ็บป่วย นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อที่เปิดเผยตัวยังคิดว่าถ้าเปิดเผยตัว แล้วจะเป็นการสร้างภาระในบางครั้งแก่คนอื่นในการ พอมารักษาพยาบาล พฤติกรรมหลังจากเปิดเผยตัว ผู้ติดเชื้อมักจะไปพบแพทย์สม่ำเสมอ สนใจติดตามข่าวสาร โรคเอดส์และเลิกพฤติกรรมเสี่ยงทุกอย่าง มีเพียงส่วน น้อยเท่านั้นที่จะแยกตัวออกห่างจากสังคม 3. ผู้ติดเชื้อเอดส์กลุ่มที่ไม่เปิดเผยตัวและค่อน ข้างเปิดเผยตัว ส่วนใหญ่มีมโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองต่ำ แต่มีมโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองเกี่ยวกับครอบครัว ด้าน สังคมและด้านส่วนตัวมากที่สุด ส่วนการได้รับการ สนับสนุนทางสังคมก็พบว่า ได้รับการสนับสนุนทางสังคม ด้านต่าง ๆ น้อย และส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนทาง สังคมเกี่ยวกับวัตถุสิ่งของและบริการด้านการเป็น ส่วนหนึ่งของสังคม ด้านการยอมรับมากที่สุด โดยมีกลุ่ม ผู้ให้การรักษาและกลุ่มอาสาสมัครเป็นผู้ให้การสนับสนุน ทางด้านข้อมูลข่าวสาร และวัตถุสิ่งของ คนในครอบครัว ที่อาศัยอยู่ด้วยกันและกลุ่มผู้ให้การรักษาเป็นผู้ให้การ สนับสนุนทางด้านอารมณ์และจิตใจ คนในครอบครัวที่ อาศัยอยู่ด้วยกัน และกลุ่มอาสาสมัครเป็นผู้ให้การสนับสนุน ด้านการยอมรับคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน กลุ่มอาสา สมัครและผู้ให้การรักษาเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเป็น ส่วนหนึ่งของสังคม อย่างไรก็ตามในภาพรวมแล้ว ผู้ที่ให้ การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์มากที่สุด คือ คน ในครอบครัวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน 4. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า มโนทัศน์ เกี่ยวกับตนเองโดยรวมมีผลต่อระดับการเปิดเผยตัวของ ผู้ติดเชื้อเอดส์และด้านที่มีผลต่อระดับการเปิดเผยตัว คือ ด้านศีลธรรม จรรยา ด้านครอบครัว ด้านสังคม และ ด้านการวิพากษ์ตนเอง ด้านที่ไม่มีผลต่อระดับการเปิดเผย ตัว คือ ด้านร่างกาย ด้านส่วนตัวและด้านความพึงพอใจ การได้รับการสนับสนุนทางสังคมโดยรวม มีผลต่อระดับ การเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ด้วย และด้านที่มีผล ต่อระดับการเปิดเผยตัว คือ ด้านข้อมูลข่าวสาร ด้าน การยอมรับ และด้านการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ส่วนการ สนับสนุนทางสังคมทางด้านวัตถุสิ่งของและบริการ ด้าน อารมณ์และจิตใจไม่มีผลต่อระดับการเปิดเผยตัว นอกจาก นี้ยังพบว่า มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการได้รับการ สนับสนุนทางสังคมของผู้ติดเชื้อเอดส์ กลุ่มไม่เปิดเผย ตัวและกลุ่มค่อนข้างเปิดเผยตัว แตกต่างกันอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สำหรับทางด้านปัจจัย บางประการที่มีผลต่อระดับการเปิดเผยตัว พบว่า มีเพียง ปัจจัยด้านอาชีพเท่านั้นที่มีผลต่อระดับการเปิดเผยตัว ของผู้ติดเชื้อเอดส์ จากการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะแก่ผู้ ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติการ เพื่อ ส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อมีการเปิดเผยตัวมากขึ้น ดังนี้ 1. กลุ่มผู้ให้การรักษา กลุ่มคนในครอบครัวที่อาศัย อยู่ด้วยกันน่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ความ ช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ผู้ติดเชื้อมีแนวโน้ม ที่อยากจะเปิดเผยตัวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมโนทัศน์ เกี่ยวกับตนเองในเรื่องครอบครัว สังคม ศีลธรรม จรรยา และการวิพากษ์ตนเอง การสนับสนุนทางสังคมที่เกี่ยวกับ ข้อมูลข่าวสาร การยอมรับ การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก็จะทำให้มีผลต่อการเปิดเผยตัวมากขึ้น 2. บุคคลต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งระดับ นโยบายและปฏิบัติจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ พื้นฐาน และคำนึงถึงวามรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับตนเองและ ปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของผู้ติดเชื้อเอดส์อย่าง ถ่องแท้และเป็นระบบซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีความรู้สึก ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมในทางที่ดีและ เหมาะสม มีความมั่นคงทางอารมณ์ก็จะทำให้ยอมรับ สภาพและเปิดเผยตัวในที่สุด 3. ผู้บริหารและนักวางแผน ควรที่จะส่งเสริม หรือพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางสังคม ด้านต่าง ๆ แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ 4. ควรส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือตนเอง ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพดังที่ชมรมเพื่อนวันพุธ ชมรม แสงเทียนเพื่อชีวิต ชมรมชีวิตและความหวังดำเนินการอยู่ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับกลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่กล้า เปิดเผยตัว หรือไม่มั่นใจในการดำเนินชีวิต อีกทั้ง เป็นการลดภาระและการพึ่งพิงสถานบริการของรัฐด้วย และถือว่าเป็นการให้ความสำคัญกับคุณค่าของความเป็น มนุษย์โดยการให้ความสนับสนุนของเครือข่ายทางสังคม

บรรณานุกรม :
พเยาว์ ศรีแสงทอง . (2538). มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พเยาว์ ศรีแสงทอง . 2538. "มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พเยาว์ ศรีแสงทอง . "มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
พเยาว์ ศรีแสงทอง . มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองและการเปิดเผยตัวของผู้ติดเชื้อเอดส์ ศึกษาเฉพาะกรณีสมาชิกชมรมเพื่อนวันพุธ ศูนย์ประสานความ สัมพันธ์ผู้ติดเชื้อเอดส์แห่งประเทศไทย โครงการโรคเอดส์ สภากาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.