ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2533
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59371
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่อง เที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จัง หวัดชลบุรีนี้ มีความหมายที่จะศึกษาทัศนะและความคาดหวังของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว พนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ตำรวจท่องเที่ยว ที่มีต่อการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยวเพื่อให้การปฏิบัติ งานของตำรวจท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้วิธีการศึกษาจากเอก สารและการวิจัยภาคสนามประกอบกัน โดยศึกษาจากประชากร 4 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวจำนวน 100 ราย ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวจำนวน 172 ราย พนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจำนวน 5 ราย และตำรวจท่อง เที่ยวจำนวน 36 ราย โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือใน การศึกษา ผลการศึกษาในส่วนนักท่องเที่ยว พบว่า เป็นชายร้อยละ 62.00 หญิงร้อยละ 38.00 มีอายุระหว่าง 21-30 มีสถานภาพโสดร้อยละ 52.00 สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา-ปริญญาตรีโดยร้อยละ 31.00 ประกอบอา ชีพรับจ้างและมีรายได้ 30.001 บาทขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวแถบยุ โรบเหนือและยุโรแตะวันตก เช่น อังกฤษ สวีเดน นอร์เวย์ ฯลฯ และเดิน ทางท่องเที่ยวโดยเอกเทศ ส่วนประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวพบว่าเป็นชายร้อย ละ 58.48 หญิงร้อยละ 46.51 มีอายะระหว่าง 21-30 ปี และร้อยละ 48.84 สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา-ปริญญาตรี ทำงานเป็นระยะเวลา 1-5 ปี โดยมีรายได้ 10,001 บาทขึ้นไปส่วนพนักงานการท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีระยะเวลาในการทำงาน 3-9 ปี อยู่ในพื้นที่ประมาณ 1-4 ปี ส่วนตำรวจท่องเที่ยวพบว่าเป็นชายทั้งหมดร้อย ละ 50.00 มีอายุระหว่าง 16.67 สำหรับการศึกษาชั้นประทวนและ พลตำรวจร้อยละ 61.10 จบการศึกษาจากโรงเรียนพลตำรวจ ส่วนร้อยละ 13.89 ของชั้นสัญญาบัตรจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีด้านอายุราชการ ตำรวจท่องเที่ยว ชั้นประทวนและพลตำรวจร้อยละ 52.77 มีอายุราชการ 6- 10 ปี ส่วนชั้นสัญญาบัตรมีอายุราชการ 11-20 ปีประมาณร้อยละ11.11 ส่วนอัตราเงินเดือนชั้นประทวนและพลตำรวจร้อยละ 52.78 มีเงินเดือน ประมาณ 2,001-4,000 บาท ชั้นสัญญาบัตรร้อยละ 13.89 มีอัตราเงินเดือนระ หว่าง 4,001-6,000 บาท และร้อยละ 58.33 ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นระยะ เวลา 3-5 ปี จากการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาความไม่ปลอดภัยและความไม่สะดวกที่อาจ เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวขณะเดินทางท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและตำรวจท่องเที่ยวให้ความเห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการลักทรัพย์และปัญหายาเสพติดเกิด ขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวให้ความเห็นว่าปัญหาการลักทรัพย์เกิดขึ้น ปานกลาง ขณะที่ปัญหายาเสพติดขึ้นน้อย สำหรับปัญหาความไม่สะดวกที่กลุ่มเห็น ด้วยว่าเกิดขึ้นมาก คือ ปัญหาเกี่ยวกับการตามตื้อเสนอขายสินค้าหรือบริการ สำหรับทัศนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยว ผลการศึกษา สามารถแบ่งเป็นด้านต่าง ๆ คือ 1. ด้านความสามารถในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว นักท่อง เที่ยว พนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และตำรวจท่องเที่ยว มีทัศนะ ตรงกัน คือ เห็นด้วยว่าตำรวจท่องเที่ยวสามารถให้ความช่วยเหลือนักท่อง เที่ยวเป็นอย่างดี (รวดเร็ว) ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวไม่แน่ใจใน การช่วยเหลือของตำรวจท่องเที่ยว และกรณีเกิดเหตุร้ายผู้ประกอบธุรกิจ การท่องเที่ยวไม่แน่ใจว่านักท่องเที่ยวไม่ไปแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวและ ไม่แน่ใจในความสามารถของตำรวจท่องเที่ยวเกี่ยวกับการสืบสวนจะเป็นไป อย่างมีประสิทธภาพ ในทางตรงกันข้ามตำรวจท่องเที่ยวแสดงความเห็นด้วยว่า นักท่องเที่ยวจะมาแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวก่อนแจ้งความกับตำรวจ ท้องที่ และตำรวจท่องเที่ยวมีความเห็นว่าจะสามารถสืบสวนและมีการติดตาม ผู้กระทดำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ด้านการดูแลและควบคุมธุรกิจการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวและผู้ประ กอบธุรกิจการท่องเที่ยวเห็นด้วยว่า ตำรวจควรดำเนินการจับกุมและมีมาตร การลงโทษร้านค้าที่หลอกขายสินค้า (ราคาแพงหรือไม่ได้มาตรฐาน) อย่าง เฉียบขาด และตำรวจท่องเที่ยวเห็นว่าการควบคุมธุรกิจการท่องเที่ยวให้ ปฏิบัติตามระเบียบ (กฎหมาย) ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดทำประวัติ ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในรายที่สร้างปัญหาเสมอ ๆ ซึ่งผู้ประกอบ ธุรกิจการท่องเที่ยวไม่แน่ใจว่าการจัดทำประวัติผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวมี ประสิทธิภาพ 3. ด้านการจัดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ นักท่องเที่ยว ผู้ประ กอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว และพนักงานการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย มีความเห็นตรงกันว่า การจัดสายตรวจในปัจจุบันมีความ เหมาะสม โดยมีการจัดสายตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงกลางวันเน้นการดู แลบริเวณชายหาด ช่วงกลางคืนเน้นการดูแลบริเวณพัทยาได้ ซึ่งเป็นแหล่งที่นัก ท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมาก 4. ด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในส่วนการ ประสานงานระหว่างตำรวจท่องเที่ยวกับหน่วยงานภาครัฐบาลและตำรวจท้อง ที่นั้น ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวไม่แน่ใจว่าการประสานงานอยู่ในระดับดี ส่วนการประสานระหว่างตำรวจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจการท่อง เที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวให้ความเห็นว่าควรมีการประสานงานให้ มากขึ้น เช่นเดียวกับที่ตำรวจท่องเที่ยวให้ความเห็นว่าควรมีการประสานงาน ให้มากขึ้น เช่นเดียวกับที่ตำรวจท่องเที่ยวให้ความเห็นว่าการประสานงานระ หว่างตำรวจท่องเที่ยงและผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวอยู่ในระดับต่ำ การประสานงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างไรก็ตาม การประสานงานกับผู้ประกอบ ธุรกิจการท่องเที่ยวจะต้องมีความรอบคอบเพราะตำรวจท่องเที่ยวควรมีความ เป็นกลางในการปฏิบัติงาน 5. ด้านความชำนาญด้านภาษาต่างประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจการท่อง เที่ยวไม่แน่ใจว่าตำรวจท่องเที่ยวสามารถติดต่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเป็น อย่างดี ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวเห็นด้วยว่าตำรวจท่องเที่ยวควรมีความชำนาญ ด้านภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดีโดยตำรวจท่องเที่ยวให้ความเห็นว่าควรมี การจัดอบรมด้านภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ เพื่อประโยชน์ใน การสื่อสาร และพนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แสดงความเห็นว่า ตำรวจท่องเที่ยวควรมีการพัฒนาด้านภาษาเป็นอย่างมาก 6. ด้านอัตรากำลัง เครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน ผู้ ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว และพนักงานการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย เห็นด้วยว่ามีอัตรากำลังน้อยเกินไป ส่วนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ เพียงพอในการปฏิบัติงาน ส่วนตำรวจท่องเที่ยวและพนักงานท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทยเห็นด้วยว่า เครื่องมือไม่เพียงพอและตำรวจท่องเที่ยวเห็นว่าควรได้ รับการสนับสนุนจากกรมตำรวจ 7. ด้านความปลอดภัยและภาพพจน์ของประเทศ นักท่องเที่ยว ผู้ประ กอบธุรกิจการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว และพนักงานการท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย เห็นด้วยว่าการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวเกิด ความรู้สึกปลอดภัย และมีส่วนทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวในไทย สำหรับทัศนะเกี่ยวกับความคาดหวังในการปฏิบัติงานของตำรวจท่อง เที่ยว ผลการศึกษาสามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1. ด้านความสามารถในการติดต่อสื่อสาร นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบ ธุรกิจการท่องเที่ยวและพนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความคาด หวังให้ตำรวจท่องเที่ยวมีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร เพราะหน่วย งานตำรวจท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ความ สามารถและความชำนาญด้านภาษาต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญ 2. ด้านการให้ความช่วยเหลือและบริการ นักท่องเที่ยวคาดหวังให้ ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็ว และให้ ตำรวจท่องเที่ยวให้คำปรึกษาและนำกรณีประสบปัญหา ตลอดจนทำการป้องกัน อาชญากรรม และมีการชี้แนะปัญหา อุปสรรคที่นักท่องเที่ยวประสบเสมอ เช่น เดียวกับความเห็นของผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและพนักงานการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ที่คาดหวังให้ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติงานรวดเร็วและให้ บริการดียิ่งขึ้น 3. ด้านการขยายหน่วยงาน ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและพนัก งานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง โดยขยายหน่วยงานจากกองกำกับการเป็นกองบังคับการ เพื่อเพิ่มอำนาจและ อัตรากำลังให้เหมาะสมกับปริมาณงาน 4. ด้านงบประมาณ พนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ ตำรวจท่องเที่ยวคาดหวังให้ตำรวจท่องเที่ยวได้งบประมาณในการปฏิบัติงานเพิ่ม เพื่อนำไปซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ 5. ด้านการประสานงานและการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน นักท่องเที่ยว คาดหวังให้ตำรวจท่องเที่ยวมีการประชาสัมพันธ์หน่วยงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวคาดหวังให้ตำรวจท่องเที่ยวมีการประสานงาน กับธุรกิจเอกชนเพิ่มขึ้น จากผลการศึกษาครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพใน การปฏิบัติงาน คือ 1. ควรเพิ่มอัตรากำลังใจให้มากขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของ ตำรวจท่องเที่ยวต้องปฏิบัติงานทั่วประเทศ ปัจจุบันตำรวจท่องเที่ยวประจำใน แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญบางจังหวัดเท่านั้น จึงควรเพิ่มจำนวนตำรวจท่องเที่ยว เพื่อให้ปฏิบัติงานอย่างครอบคลุมและทั่วถึง 2. บุคลากรที่เพิ่มขึ้นควรเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในการใช้ ภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดี แบะมีความสุภาพ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 3. เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ผู้ประ กอบธุรกิจกรท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว ได้รู้จักหน่วยงานตำรวจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4. เพิ่มการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและ เอกชนเพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเป็นไป อย่างรวดเร็ว 5. เพิ่มสวัสดิการ เพราะการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยวเป็น งานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง และต้องไปปฏิบัติงานตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งมักมีค่าครองชีพสูง ดังนั้น ตำรวจท่องเที่ยวควรได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม 6. เพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ให้มีความทันสมัยและเพียงพอต่อการ ปฏิบัติงาน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องโทรสาร ฯลฯ

บรรณานุกรม :
สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์ . (2533). การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์ . 2533. "การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์ . "การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print.
สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์ . การศึกษาทัศนะของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการปฏิบัติงาน ของตำรวจท่องเที่ยว : ศึกษาเฉพาะกรณีพัทยา จังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.