ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก
นักวิจัย : อรุณรัศมิ์ ปกมนตรี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59835
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาสุขภาพจิตของทหาร ผ่านศึกพิการที่เข้ารับการบำบัดรักษาในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรง พยาบาลทหาผ่านศึก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงลักษณะสุขภาพ จิตของทหารผ่านศึกพิการและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพ จิตของทหารผ่านศึกพิการกับปัจจัยในด้านระดับอายุ สถานภาพ การสมรส รายได้ต่อเดือนที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทั้งนี้เพื่อ จะได้ทราบความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นเมื่อระยะ เวลาผ่านไป กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ทหารผ่านศึก พิการ เพศชายทุกคนที่เข้ารับการบำบัดรักษาแผนกผู้ป่วยใน ตึกผู้ป่วยอัมพาตบำบัด 1 จำนวน 29 คน ตึกผู้ป่วยอัมพาตบำบัด 2 จำนวน 21 คน รวมประชากรที่ใช้ในการศึกษาทั้งสิ้น 50 คน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาสุขภาพ จิตของทหารผ่านศึกพิการ 3 กลุ่มที่มีระยะเวลาที่พิการต่างกัน คือกลุ่มทหารผ่านศึกพิการที่มีระยะเวลาที่พิการต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 15 คน กลุ่มทหารผ่านศึกพิการที่มีระยะเวลาที่พิการ 6 - 11 ปี จำนวน 17 คน และกลุ่มทหารผ่านศึกพิการที่มี ระยะเวลาที่ พิการ 12 ปีขึ้นไป จำนวน 18 คน โดยใช้การ สัมภาษณ์ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน คือ ภายใน 1 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาแบ่งเป็น 2 ตอน คือ แบบสอบ ถามเกี่ยวกับภูมิหลังและข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบ และแบบ ทดสอบสุขภาพจิต Symptom Distress Checklists 90 (SCL.90) ซึ่งจำแนกลักษณะสุขภาพจิตออกเป็น 9 ด้าน ได้แก่ สุขภาพจิตด้านความรู้สึกผิดปกติของร่างกาย (Somatization) สุขภาพจิตด้านย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive) สุขภาพจิตด้านความรู้สึกไม่ชอบการติดต่อกับ คนอื่น (Interpersonal Sensitivity)สุขภาพจิตด้านซึมเศร้า (Depressive) สุขภาพจิตด้านความวิตกกังวล (Anxiety) สุขภาพจิตด้านความเกลียดชังไม่เป็นมิตร (Hostility) สุขภาพ จิต ด้านความหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล (Phobic Anxiety) สุขภาพจิตด้านความหวาดระแวง (Paranoid Ideation) และ สุขภาพจิตด้านโรคจิต (Psychoticism) โดยใช้วิธีการเปรียบ เทียบ แบบ Cross-Sectional Method คือให้ประชากรทั้ง 3 กลุ่ม ทำแบบทดสอบ SCL.90 แล้วนำคะแนนสุขภาพจิตที่ได้จาก แต่ละกลุ่มมาเปรียบเทียบกัน สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ 1. ทหารผ่านศึกพิการโดยทั่วไป จะมีปัญหาสุขภาพจิต ทางด้านความรู้สึกผิดปกติของร่างกาย ด้านย้ำคิดย้ำทำ ซึมเศร้า ความหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผลและด้านโรคจิตและเมื่อนำมา เปรียบเทียบกับสุขภาพจิตด้านต่าง ๆ ของทหารผ่านศึกพิการ ทั้ง 3 กลุ่ม ที่มีระยะเวลาที่พิการ ต่างกัน พบว่า มีผลเช่น เดียวกับลักษณะสุขภาพจิตโดยทั่วไปของทหารผ่านศึกพิการ 2. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่พิการ กับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการ สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลชาที่พิการกับ ระดับอายุ พบว่าทหารผ่านศึกพิการที่มีระยะเวลาที่พิการต่างกัน ในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป มีสุขภาพจิตด้านความวิตกกังวล และ สุขภาพจิตด้านความเกลียดชังไม่เป็นมิตร แตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ พบว่า ไม่แตกต่างกัน2.2 ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่พิการกับ สถานภาพสมรส พบว่า ทหารผ่านศึกพิการที่มีระยะเวลาที่พิการ ต่างกัน ในกลุ่มที่สมรสแล้วและอยู่ด้วยกัน มีคะแนนสุขภาพจิต ด้านความเกลียดชังไม่เป็นมิต แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ พบว่าไม่แตกต่างกัน2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่พิการกับ รายได้พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากผลการศึกษา ผู้ศึกษาขอเสนอแนะแนวทางในการ ส่งเสริมสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการ ดังนี้ 1.ด้านการบริหาร ควรมีการเพิ่มจำนวนบุคลากรทาง การแพทย์ ทั้งแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และนัก สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัด รักษาอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง 2. ด้านการบริการ การให้ความช่วยเหลือทหาร ผ่านศึกพิการให้มีสุขภาพจิตที่ดีอาศัยวิธีการหลายอย่างตาม ความเหมาะสมทั้งในระดับบุคคลและระดับกลุ่ม ได้แก่ การให้คำปรึกษา จิตบำบัด กลุ่มบำบัด โดยบุคลากรทาง การแพทย์ที่ทำงานเป็นทีมหรือจัดแบ่งหน้าที่กันอย่างเด่นชัด ภายใต้สภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลที่ดี มีเครื่องมือใน การบำบัดรักษาที่มีคุณภาพ เช่นกายอุปกรณ์ เป็นต้น และ ควรจัดให้มีนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจ อารมณ์และ สังคม เพราะทหารผ่านศึกพิการที่เข้ารับการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาพักรักษา ตัวนาน 1.82 ปี ซึ่งภายในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ป่วย อาจประสบกับปัญหาต่าง ๆ และต้องการผู้ช่วยเหลือ นอก จากนี้ในด้านการฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกษาพิการควร มีการเตรียมความพร้อมของทหารผ่านศึกพิการทั้งก่อนและ หลังการฝึกอาชีพ เพื่อจะได้สามารถประกอบอาชีพด้วย ตนเองได้ตามความถนัดและความสามารถ 3. ด้านชุมชน ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ถึงบริการของโรงพยาบาลแก่ทหารผ่านศึกและประชาชนโดย ทั่วไป นอกจากนี้ควรประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนต่าง ๆ ทราบ ถึงปัญหาความต้องการของทหารผ่านศึกพิการและครอบครัว ของทหารผ่านศึกพิการ รวมไปถึงการจัดให้มีสถานพักฟื้น ทหารผ่านศึกพิการโดยกระจายไปสู่ชุมชน 4. ด้านการวิจัย ควรศึกษาเปรียบเทียบสุขภาพจิต ของทหารผ่านศึกพิการที่มีระยะเวลาพิการที่ต่างกัน คือ มีระยะเวลาพิการต่ำกว่า 1 เดือน, 2 - 6 เดือน และ 7 - 12 เดือน เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิต ของทหารผ่านศึกพิการที่ประสบกับความพิการในช่วง 1 ปีแรก ศึกษาปัญหาและความต้องการของทหารผ่านศึกพิการและ ครอบครัว เช่น ปัญหา SEXUAL LIFE ของทหารผ่านศึกพิการ ระดับของความพิการที่มีผลต่อสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการ และศึกษาปัญหาและความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

บรรณานุกรม :
อรุณรัศมิ์ ปกมนตรี . (2536). การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรุณรัศมิ์ ปกมนตรี . 2536. "การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรุณรัศมิ์ ปกมนตรี . "การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
อรุณรัศมิ์ ปกมนตรี . การศึกษาสุขภาพจิตของทหารผ่านศึกพิการที่รับการบำบัดรักษา ในแผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.