ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย
นักวิจัย : สุพาณี วรรณาการ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2533
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56143
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ผลและความคงทน ในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความ หมาย และวิธีสอนตามคู่มือครู และผลของวิธีสอนทั้ง 2 วิธี ต่อนักเรียนที่มีความสามารถใน การอ่านต่างกัน คือ สูง กลาง และต่ำ นอกจากนี้ยังศึกษาระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิธีสอน และระดับความสามารถในการอ่าน รวมทั้งเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการอ่านข้อความซึ่งมี โครงสร้างประเภทต่างๆ ของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายและวิธีสอน ตามคู่มือครู และศึกษาการใช้แผนภูมิ ความหมายและกลยุทธในการอ่านของนักเรียนที่เรียน โดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย โดยการสัมภาษณ์ด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ (1) แผนการสอนอ่านโดยใช้วิธีสอนแบบแผนภูมิ ความหมาย (2) แผนการสอนอ่านตามคู่มือ (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน และ (4) แบบสัมภาษณ์การใช้แผนภูมิความหมายและกลยุทธในการอ่าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียน วิทย์-คณิต โรงเรียนนครไทย จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 2 ห้องเรียน รวม 41 คน ซึ่งแบ่ง เป็นกลุ่มที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย 24 คน และกลุ่มที่เรียนโดยวิธีสอนตาม คู่มือครู 17 คน ก่อนการสอนได้ดำเนินการจัดให้นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม มีความสามารถใน การอ่านใกล้เคียงกัน โดยพิจารณาจากการจัดคะแนนเฉลี่ยสะสมผลการเรียนภาษาอังกฤษของ ทั้ง 2 กลุ่ม ให้มีค่าเฉลี่ยและความแปรปรวนอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน สอนกลุ่มทดลองตามแผน การสอนอ่านโดยใช้วิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย และสอนกลุ่มควบคุมตามแผนการสอนอ่านตาม คู่มือครู เป็นเวลา 17 คาบเรียน หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบความเข้าใจในการอ่านของทั้ง 2 กลุ่ม ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่านและสัมภาษณ์การใช้แผนภูมิความหมายและกลยุทธ ในการอ่านของนักเรียนกลุ่มทดลอง เว้นระยะ 2 สัปดาห์ ทำการทดสอบอีกครั้งด้วยแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่านฉบับเดิม เพื่อวัดความคงทนในการจำ ผลการวิจัยสรุปได้ดังต่อไปนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดย วิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย และวิธีสอนตามคู่มือครูแตกต่างกัน โดยนักเรียนที่เรียนโดย วิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายมีค่าเฉลี่ยของคะแนนสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีสอนตาม คู่มือครู ส่วนความคงทนในการจำของการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีสอน แบบแผนภูมิความหมายและวิธีสอนตามคู่มือครู ไม่แตกต่างกัน 2. ผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีความ สามารถในการอ่านภาษาอังกฤษต่างกัน เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายและวิธีสอนตาม คู่มือครู แตกต่างกันในนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับกลาง แต่ไม่แตกต่างใน นักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับสูงและต่ำ โดยค่าเฉลี่ยของคะแนนของกลุ่มที่เรียน โดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายสูงกว่ากลุ่มที่เรียนโดยวิธีสอนตามคู่มือครู ส่วนความคงทน ในการจำของนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านต่างกัน เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย และวิธีสอนตามคู่มือครู ไม่แตกต่างกัน 3. วิธีสอน และความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับสูง กลาง และ ต่ำ ไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน 4. ผลสัมฤทธิ์ในการอ่านข้อความที่มีโครงสร้างต่างกัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายและวิธีสอนตามคู่มือครู แตกต่างกัน โดยนักเรียนที่เรียน โดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมายมีค่าเฉลี่ยของคะแนนสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีสอนตาม คู่มือครูในการอ่านข้อความเรื่องจำแนกประเภทและเรื่องพรรณนา แต่ไม่แตกต่างกันในการ อ่านข้อความเรื่องเล่า และเรื่องเปรียบเทียบ 5. ผลสัมฤทธิ์ในการอ่านข้อความที่มีโครงสร้างต่างกัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แตกต่างกัน โดยนักเรียนมีความเข้าใจในการอ่านข้อความเรื่องพรรณนามากที่สุด ตามด้วย ข้อความเรื่องจำแนกประเภท เรื่องเล่า และเรื่องเปรียบเทียบ เรียงตามลำดับผลสัมฤทธิ์ ในการอ่าน 6. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย มีการใช้ แผนภูมิความหมายและกลยุทธในการอ่านต่างกัน โดยนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่าน ระดับสูง มีการใช้แผนภูมิความหมายในการอ่านมากกว่านักเรียนที่มีความสามารถในการอ่าน ระดับกลาง ส่วนนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับต่ำไม่พบว่ามีการใช้แผนภูมิความหมาย นอกจากนี้นักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับสูงยังใช้กลยุทธในการอ่านมากกว่านักเรียน ที่มีความสามารถในการอ่านระดับกลาง และนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับกลาง ก็มีการใช้กลยุทธในการอ่านมากกว่านักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านระดับต่ำ

บรรณานุกรม :
สุพาณี วรรณาการ . (2533). การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพาณี วรรณาการ . 2533. "การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพาณี วรรณาการ . "การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print.
สุพาณี วรรณาการ . การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความคงทนในการจำของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแผนภูมิความหมาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.