ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน
นักวิจัย : มัทนา พฤกษะริตานนท์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53523
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ การศึกษาความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน 5 ประเภท คือ น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และ ก๊าซปิโตรเลียมประเทศเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อทราบการไหวตัว ของภาษีน้ำมันอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงมาตรการภาษีของรัฐ เพื่อจัดทำประมาณ การรายได้จากภาษีน้ำมันในอนาคต และเป็นแนวทางในการ กำหนดนโยบายด้านภาษีน้ำมันต่อไป การศึกษาความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน 5 ประเภท ได้ใช้ข้อมูลอนุกรมเวลา ของรายได้ภาษีน้ำมันปริมาณ การบริโภคน้ำมัน ราคาน้ำมัน และมูลค่าผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ (GDP) ในช่วงปี 2528-2537 ซึ่งคำนวณโดยใช้ Regression Analysis แล้วประมาณค่าสัมประสิทธิ์ของแต่ละสมการด้วย เทคนิค Two Stage Least Squares (TSLS) การศึกษานี้ ใช้วิธีการศึกษาความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีแบบแยก ส่วน (Partition tax elasticity and buoyancy) และในการหาค่าความยืดหยุ่นของภาษีได้ทำการขจัดผลกระทบ จากการใช้มาตรการภาษีของรัฐในสมการรายได้ภาษีต่อฐานภาษี ด้วยวิธี Constant Rate Structure ผลการศึกษาพบว่าความยืดหยุ่นของภาษีต่อ GDP ของ น้ำมันเกือบทุกประเภทมีค่าต่ำ ยกเว้นน้ำมันเตา ความลอยตัว ของภาษีต่อ GDP ของน้ำมันเกือบทุกประเภทมีค่าต่ำ ยกเว้น น้ำมันเตา และก๊าซปิโตรเลียม สำหรับความยืดหยุ่นและความ ลอยตัวของภาษีต่อ GDP ของน้ำมันรวมมีค่าต่ำ และเมื่อเปรียบ เทียบกับค่าที่คำนวณได้แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง ในเรื่องเกี่ยวกับความสามารถของภาษีน้ำมัน ในการทำ รายได้ (Revenue Performance) พบว่าหากปราศจากมาตรการ ภาษีแล้ว กาษีน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และ ก๊าซปิโตรเลียม มีความสามารถในการหารายได้ให้แก่รัฐค่อน ข้างต่ำ เนื่องจากความยืดหยุ่นของภาษีต่อ GDP มีค่าต่ำ ขณะที่น้ำมันเตามีความสามารถในการหารายได้โดยอัตโนมัติให้แก่ รัฐค่อนข้างสูง เนื่องจากว่าน้ำมันเตามีความยืดหยุ่นของ ภาษีต่อ GDP มีค่าค่อนข้างสูง ในเรื่องเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาเสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ (Automatic Stabilization) พบว่าภาษีน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และก๊าซปิโตรเลียม มีส่วนช่วยในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ ในระดับต่ำ เนื่องจากค่าความยืดหยุ่นของภาษีต่อ GDP มีค่า ต่ำ ส่วนน้ำมันเตามีส่วนช่วยในการรักษาเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจโดยอัตโนมัติในระดับดีกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ น้ำมันอื่น เนื่องจากค่าความยืดหยุ่นของภาษีมีค่าค่อน ข้างสูง ผลการศึกษาผลกระทบของการปรับเปลี่ยนมาตรการ ภาษีน้ำมันที่มีต่อรายได้ภาษีน้ำมันแต่ละประเภท โดยพิจารณา จากผลต่างของความลอยตัวและความยืดหยุ่นของภาษี พบว่าการใช้มาตรการภาษีของรัฐบาลในระหว่างปี 2528-2537 ยังผลให้ประสิทธิภาพในการทำรายได้จากภาษีน้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และก๊าซปิโตรเลียมสูงขึ้น ส่วนน้ำ มันเบนซินมีความสามารถในการทำรายได้ให้รัฐลดลง เนื่อง จากว่าในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้นโยบายภาษี เพื่อมุ่งรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้มาตรการภาษีเพื่อให้ ประชาชนใช้น้ำมันไร้สารมากขึ้น โดยการลดอัตราภาษีน้ำมัน เบนซินไร้สาร แบบจำลองที่ได้เมื่อนำไปประมาณการรายได้ภาษีแล้ว และนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่จัดเก็บได้จริงปี 2538 แล้ว พบว่าค่าไม่แตกต่างกัน โดยดูจากค่า Theils Inequality Coefficient มีค่าน้อยกว่า 0.1 และเมื่อเปรียบเทียบ กับค่าประมาณการของกรมสรรพสามิต ในปี 2539-2540 แล้ว มีค่าไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
มัทนา พฤกษะริตานนท์ . (2539). ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มัทนา พฤกษะริตานนท์ . 2539. "ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มัทนา พฤกษะริตานนท์ . "ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
มัทนา พฤกษะริตานนท์ . ศึกษาค่าความยืดหยุ่นและความลอยตัวของภาษีน้ำมัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.