ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์
นักวิจัย : ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=52840
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยประเภทความสัมพันธ์เปรียบเทียบ มีจุดมุ่งหมาย ที่สำคัญ 2 ประการ คือ ~uประการแรก~u เพื่อศึกษาว่า ผู้ให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ที่อยู่ในสถานการณ์ทางสังคมที่แตกต่างกัน มีจิตลักษณะเดิม และ จิตลักษณะตามสถานการณ์ แตกต่างกัน จะมีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติด เชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติแตกต่างกันหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ในกลุ่มผู้ดูแลประเภทต่างๆ ~uประการที่สอง~u เพื่อศึกษาว่า สถานการณ์ทางสังคม จิตลักษณะเดิม และจิตลักษณะ ตามสถานการณ์ร่วมกัน มีอำนาจในการทำนายพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติด เชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ มากน้อยเพียงใด ในกลุ่มผู้ดูแลประเภทต่าง ๆ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นผู้ดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ จำนวนทั้งสิ้น 415 คน ผู้ดูแล เหล่านี้ทราบว่าผู้ป่วยในความดูแลของตนมีผลการตรวจเลือดพบเชื้อเอดส์ ให้การดูแล ผู้ติดเชื้อเอดส์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน เป็นชาย 186 คน หญิง 229 คน มีอายุ ระหว่าง 20-65 ปี (อายุเฉลี่ย 42.12 ปี) มีจำนวนปีที่ได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย 4.66 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย และลำปาง สถานที่ที่ใช้เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ คือ โรงพยาบาลลำปาง และมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ จังหวัดเชียงราย ตัวแปรอิสระที่ศึกษาครั้งนี้มี 5 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ สถานการณ์ทางสังคมมี 3 ตัวแปร ได้แก่ การรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้าง การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ และระดับเศรษฐกิจในครอบครัว กลุ่มที่สอง คือ จิตลักษณะเดิม มี 2 ตัวแปร ได้แก่ สุขภาพจิต และความสามารถในการร่วมรู้สึก กลุ่มที่สาม คือ ลักษณะทางพุทธศาสนา มี 2 ตัวแปร ได้แก่ การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และวิถีชีวิตแบบพุทธ กลุ่มที่สี่ คือ จิตลักษณะตามสถานการณ์ มี 3 ตัวแปร ได้แก่ เจตคติต่อพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพ ความเชื่อ อำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพ และกลุ่มที่ห้า คือ ลักษณะทางชีวสังคมและภูมิหลัง จัดเป็นตัวแปรแบ่งกลุ่ม มี 6 ตัวแปร ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ความเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อเอดส์ ระยะเวลาในการดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ และประสบการณ์ในการดูแลคนป่วยทั่วไป สำหรับตัวแปรตาม คือ พฤติกรรมให้การสนับสนุนทาง สังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤตด้านรวม และด้านย่อย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวัตถุสิ่งของ เงิน แรงงาน ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านข้อมูลข่าวสาร ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยนี้ มีทั้งสิ้น 17 ตัวแปร เก็บข้อมูลโดยใช้แบบวัดประเภท มาตรประเมินรวมค่า (Summated Rating Scale) 9 ฉบับ แต่ละฉบับมีข้อคำถามอย่างน้อย 10 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น ตั้งแต่ .85 ขึ้นไป ตัวแปรหลักทั้งหมดเป็นตัวแปรที่มีค่าต่อเนื่อง จึงใช้การวิเคราะห์ ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง และสามทาง และวิธีการวิเคราะห์ ถดถอยพหุคูณ ทั้งในกลุ่มผู้ดูแลโดยรวม และกลุ่มที่แยกย่อยตามลักษณะทางชีวสังคมและ ภูมิหลัง พบผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญดังนี้ 1. ลักษณะของผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ในภาวะวิกฤติด้านรวม และแต่ละด้านย่อยในปริมาณมาก สรุปได้ดังนี้ผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะ วิกฤติ~uด้านรวม~uอย่างเหมาะสมในปริมาณมาก ได้แก่ (1) ผู้ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ ที่มีสุขภาพจิตดีมาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้าน การดูแลสุขภาพมาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้าน การดูแลสุขภาพมาก (2) ผู้ดูแลที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นผู้ ที่มีสุขภาพจิตดีมาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตน ด้านการดูแลสุขภาพมาก และผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (3) ผู้ดูแล อายุมาก ซึ่งเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และ สาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (4) ผู้ดูแลที่เป็นบุคคลใกล้ชิดปานกลาง ซึ่งเป็นผู้ที่ ปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก ผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ ~uด้านวัตถุสิ่งของ เงิน แรงงาน~uอย่างเหมาะสมในปริมาณมาก ได้แก่ (1) ผู้ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์มาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มี วิถีชีวิตแบบพุทธมาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก และ ผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (2) ผู้ดูแล อายุมาก ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่ได้รับข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์มาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มีวิถีชีวิตแบบพุทธมาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และ สาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (3) ผู้ดูแลที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์มาก ผู้ที่มี การปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก และผู้ที่ มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (4) ผู้ดูแล ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลคนป่วยมาก่อน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์มาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และผู้ที่มีความเชื่อ อำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก และ (5) ผู้ดูแลหญิง ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้การสนับสนุน ทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก และผู้ที่มีวิถีชีวิตแบบพุทธมาก ผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ ~uด้านอารมณ์~uอย่างเหมาะสมในปริมาณมาก ได้แก่ (1) ผู้ดูแลโดยทั่วไป และผู้ดูแลที่มี ระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคล รอบข้างมาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก และผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก (2) ผู้ดูแลชาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีการปฏิบัติ ทางพุทธศาสนามาก และผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก (3) ผู้ดูแลอายุมาก ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้ การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก และผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก (4) ผู้ดูแลที่เป็น บุคคลใกล้ชิดปานกลาง ซึ่งเป็นผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และผู้ที่มีความเชื่อ อำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก (5) ผู้ดูแลที่มีระยะเวลาดูแล 19-118 เดือน ซึ่งเป็นผู้ ที่รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก และผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และ (6) ผู้ดูแลที่เป็นบุคคลใกล้ชิดมาก ซึ่งเป็นผู้ที่รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจาก บุคคลรอบข้างมาก และ ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก ผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ ~uด้านสังคม~uอย่างเหมาะสมในปริมาณมาก ได้แก่ (1) ผู้ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ที่มี รับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากร ทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก (2) ผู้ดูแลชาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่มีการปฏิบัติทาง พุทธศาสนามาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแล สุขภาพมาก (3) ผู้ดูแลอายุมาก และผู้ดูแลที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่มีรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก (4) ผู้ดูแลที่เคยมีประสบการณ์ดูแลคนป่วยมาก่อน ซึ่งเป็นผู้ที่มีรับรู้การสนับสนุนทาง สังคมจากบุคคลรอบข้างมาก ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก และผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพมาก และ (5) ผู้ดูแล ที่เป็นบุคคลใกล้ชิดปานกลาง ซึ่งเป็นผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก ผู้ดูแลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ ~uด้านข้อมูลข่าวสาร~uอย่างเหมาะสมในปริมาณมาก ได้แก่ (1) ผู้ดูแลโดยทั่วไป ซึ่ง เป็นผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้าง มาก (2) ผู้ดูแลชาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมาก และมีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก (3) ผู้ดูแลอายุน้อย ซึ่งเป็นผู้ที่มีระดับเศรษฐกิจในครอบครัวสูง มีการปฏิบัติทาง พุทธศาสนามาก และมีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก (4) ผู้ดูแลที่มีระดับ การศึกษาตั้งแต่ประถม 5 ขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ที่มีระดับเศรษฐกิจในครอบครัวสูง และมีการ ปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และ (5) ผู้ดูแลที่เป็นบุคคลใกล้ชิดปานกลาง ซึ่งเป็นผู้ที่มีการ ปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และ มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพมาก 2. เมื่อนำตัวแปรจากกลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะ ทางพุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 10 ตัวแปร เข้าทำนายพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ~uด้านรวม~u พบว่า ตัวแปรทั้ง 10 ตัว ร่วมกันสามารถทำนายได้ร้อยละ 58.70 ขึ้นไป โดยทำนายได้มากที่สุดร้อยละ 67.40 ในกลุ่มผู้ดูแบที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ตัวทำนายสำคัญ คือ เจตคติต่อ พฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ความสามารถในการร่วมรู้สึก และ การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ และพบด้วยว่า กลุ่ม ตัวแปร 4 กลุ่ม มีลำดับความสำคัญจากมากถึงน้อย ในการเข้าทำนายพฤติกรรมให้การสนับสนุน ทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านรวมดังนี้ ลำดับแรก คือ กลุ่มจิตลักษณะ ตามสถานการณ์ รองลงมาคือ กลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะ ทางพุทธศาสนา พบว่าตัวแปรจากกลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะทาง พุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 10 ตัวแปร เข้าทำนายพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ~uด้านวัตถุสิ่งของ เงิน แรงงาน~u พบว่า ตัวแปรทั้ง 10 ตัวร่วมกันสามารถทำนายได้ร้อยละ 19.0 ขึ้นไป โดยทำนายได้มากที่สุด ร้อยละ 32.0 ในกลุ่มผู้ดูแลที่มีระยะเวลาดูแล 19-118 เดือน ตัวทำนายสำคัญคือ เจตคติ ต่อพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ความสามารถในการร่วมรู้สึก และความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพและพบด้วยว่า กลุ่มตัวแปร 4 กลุ่ม มีลำดับ ความสำคัญจากมากถึงน้อย ในการเข้าทำนายพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติด เชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านวัตถุสิ่งของ เงิน แรงงาน ดังนี้ ลำดับแรกคือ กลุ่มจิตลักษณะ ตามสถานการณ์ รองลงมาคือ กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มสถานการณ์ทางสังคม และกลุ่มลักษณะ ทางพุทธศาสนา และพบว่าตัวแปรจากกลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะทาง พุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 10 ตัวแปร เข้าทำนายพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ~uด้านอารมณ์~u พบว่า ตัวแปรทั้ง 10 ตัวร่วมกันสามารถทำนายได้ร้อยละ 35.0 ขึ้นไป โดยทำนายได้มากที่สุดร้อยละ 51.0 ในกลุ่มผู้ดูแลที่เป็นบุคคลใกล้ชิดปานกลาง ตัวทำนายสำคัญ คือ เจตคติต่อพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ความสามารถในการร่วมรู้สึก และความเชื่ออำนาจในตน ด้านการดูแลสุขภาพ และพบด้วยว่ากลุ่มตัวแปร 4 กลุ่ม มีลำดับความสำคัญจากมากถึงน้อย ในการเข้าทำนายพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้าน อารมณ์ ดังนี้ ลำดับแรกคือ กลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รองลงมาคือ กลุ่มสถานการณ์ทาง สังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม และกลุ่มลักษณะทางพุทธศาสนา และพบว่าตัวแปรจากกลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะทาง พุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 10 ตัวแปร เข้าทำนายพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ~uด้านสังคม~u พบว่า ตัวแปรทั้ง 10 ตัว ร่วมกันสามารถทำนายได้ร้อยละ 29.0 ขึ้นไป โดยทำนายได้มากที่สุดร้อยละ 48.0 ในกลุ่มผู้ ดูแลที่เคยมีประสบการณ์ดูแลคนป่วยมาก่อน ตัวทำนายสำคัญ คือ เจตคติต่อพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ ความสามารถในการร่วมรู้สึก และวิถีชีวิตแบบพุทธ และพบด้วยว่า กลุ่มตัวแปร 4 กลุ่ม มีลำดับความสำคัญจากมากถึงน้อย ในการเข้าทำนาย พฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านสังคมดังนี้ ลำดับแรกคือ กลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รองลงมาคือ กลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่ม จิตลักษณะเดิม และกลุ่มลักษณะทางพุทธศาสนา และพบว่าตัวแปรจากกลุ่มสถานการณ์ทางสังคม กลุ่มจิตลักษณะเดิม กลุ่มลักษณะ ทางพุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 10 ตัวแปร เข้าทำนายพฤติกรรม ให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติ~uด้านข้อมูลข่าวสาร~u พบว่า ตัวแปรทั้ง 10 ตัวร่วมกันสามารถทำนายได้ร้อยละ 41.0 ขึ้นไป โดยทำนายได้มากที่สุด ร้อยละ 53.0 ในกลุ่มผู้ดูแลที่เคยมีประสบการณ์ดูแลคนป่วยมาก่อน ตัวทำนายสำคัญ คือ การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ วิถีชีวิตแบบพุทธ และเจตคติต่อพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ และพบด้วยว่า กลุ่มตัวแปร 4 กลุ่ม มีลำดับความสำคัญจากมากถึงน้อย ในการเข้าทำนายพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านข้อมูลข่าวสาร ดังนี้ ลำดับแรกคือ กลุ่มสถานการณ์ทางสังคม รองลงมาคือ กลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ กลุ่มลักษณะทาง พุทธศาสนา และกลุ่มจิตลักษณะเดิม 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากสมมติฐานในภาพรวมพบว่า กลุ่มตัวแปร ด้านสถานการณ์ทางสังคมและลักษณะทางพุทธศาสนา (ที่สำคัญ คือ การรับรู้การสนับสนุนทาง สังคมจากบุคคลรอบข้าง การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และวิถีชีวิตแบบพุทธ) มีแนวโน้มสัมพันธ์กับพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านรวมทางอ้อม กล่าวคือ ตัวแปร 4 ตัวแปร ดังกล่าวร่วมกัน สามารถทำนายลักษณะทางจิตใจของผู้ดูแล ด้านเจตคติที่ดีต่อพฤติกรรมให้การ สนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ และความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพใน ปริมาณมาก แล้วลักษณะทางจิตใจ 2 ด้านร่วมกันนี้ ส่งผลต่อพฤติกรรมให้การสนับสนุนทาง สังคมแก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ในภาวะวิกฤติด้านรวมอย่างเด่นชัดด้วย ผลการวิจัยครั้งนี้ให้ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติดังนี้ ~uประการแรก~u บุคคลที่สามารถ ให้การดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ได้อย่างเหมาะสมมาก ต้องมีความพร้อมทั้งลักษณะภายในและลักษณะ ภายนอก ลักษณะภายในที่สำคัญคือ เจตคติที่ดีต่อพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ ติดเชื้อเอดส์ ความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพ ความเชื่ออำนาจในบุคลากรทาง การแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพ สุขภาพจิตดี และความสามารถในการร่วมรู้สึก ลักษณะภายนอกที่สำคัญคือ การรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลรอบข้าง และการได้รับ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ ข้อค้นพบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาผู้ดูแลที่เข้าร่วมในโครงการเสริมสร้างทักษะของ คน ครอบครัว และชุมชน ในการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ได้ว่า ควรพัฒนาลักษณะจิตใจและพฤติกรรมของผู้ ดูแลด้านใดบ้าง จึงจะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ~uประการที่สอง~u ผลจากการวิจัย ครั้งนี้ ยังบ่งชี้ถึงประเภทของผู้ดูแลกลุ่มเป้าหมายเร่งด่วนที่ควรได้รับการพัฒนาเป็น กลุ่มแรก ๆ ได้แก่ (1) กลุ่มผู้ดูแลชายซึ่งเป็นผู้ที่อายุมาก ผู้ที่มีระดับการศึกษา ประถม 4 หรือต่ำกว่า ผู้ที่มีระดับเศรษฐกิจในครอบครัวต่ำ และผู้ที่มีสุขภาพจิตดีน้อย (2) กลุ่มผู้ดูแลที่เป็นบุคคลใกล้ชิดปานกลาง ซึ่งเป็นผู้ที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือ ต่ำกว่า ผู้ที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนาน้อย และผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแล สุขภาพน้อย (3) กลุ่มผู้ดูแลที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่มี ความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพน้อย ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพน้อยและผู้ที่มีสุขภาพจิตดีน้อย (4) กลุ่มผู้ดูแลที่เคย มีประสบการณ์ดูแลคนป่วยมาก่อน ซึ่งเป็นผู้ที่อายุมาก และผู้ที่มีสุขภาพจิตดีน้อย (5) กลุ่มผู้ดูแลอายุน้อย ซึ่งเป็นผู้ที่มีระดับการศึกษาประถม 4 หรือต่ำกว่า และผู้ ที่มีความเชื่ออำนาจในตนด้านการดูแลสุขภาพน้อย และ (6) กลุ่มผู้ดูแลอายุมาก ซึ่งเป็น ผู้ที่มีความเชื่ออำนาจในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านการดูแลสุขภาพน้อย และผู้ที่มีสุขภาพจิตดีน้อย ซึ่งผู้ดูแลในลักษณะดังกล่าวนี้จัดเป็นกลุ่มเป้าหมายแรก ที่ควรได้รับการพัฒนาทั้งทางจิตใจและพฤติกรรมตามลักษณะสำคัญ ที่กล่าวไปแล้วในประการแรก เพื่อให้มีความพร้อมในการให้การดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ ได้อย่างมีคุณภาพต่อไป และ ~uประการที่สาม~u พบผลวิจัยอย่างเด่นชัดว่า ผู้ดูแลที่ให้การดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ได้ อย่างเหมาะสมมากคือ ผู้ดูแลที่มีการปฏิบัติทางพุทธศาสนามาก และมีวิถีชีวิตแบบพุทธมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรมีโครงการส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้ดูแลได้ใกล้ชิด ศาสนามากขึ้น เช่น การจัดโครงการปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ การสอนธรรมะระยะสั้น เพื่อเป็น การผ่อนคลายความเครียดจากภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมประเภทนี้ควรจัดให้แก่ ผู้ดูแลประเภทที่ระบุไว้ในประการที่สอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมให้การดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์อย่างเหมาะสมในปริมาณน้อย เป็น กลุ่มเป้าหมายแรก

บรรณานุกรม :
ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . (2543). ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . 2543. "ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . "ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . ปัจจัยด้านจิตสังคมของผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมให้การสนับสนุนทางสังคม แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.