| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับนักศึกษาชาย สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา |
| นักวิจัย | : | ธนิดา มีต้องปัน |
| คำค้น | : | SMOKING CESSATION , STRATEGIES , MALE STUDENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46086 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับ นักศึกษาชาย โดยประยุกต์ McMOS Model มาเป็นแนวทางในการจัดโปรแกรมเลิกสูบบุหรี่ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชายที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ไม่ติดนิโคติน และอยู่ในระยะชั่งใจ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม แบบสังเกต แบบบันทึก จำนวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ เทปวีดีทัศน์ และเอกสารความรู้ เกี่ยวกับบุหรี่ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยแบ่งเป็นก่อนและหลังโปรแกรมเลิกสูบบุหรี่ ขั้นที่ 1, 2 และ 3 ขั้นที่ 1 เป็นการสร้างความตระหนักให้เกิดการรับรู้ และความคาดหวัง ในความสามารถของตนเอง ขั้นที่ 2 เป็นการทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และมีการ ปฏิบัติตัวในการเลิกสูบบุหรี่ที่ถูกต้อง ส่วนขั้นที่ 3 เป็นการให้แรงสนับสนุนทางสังคมโดย ผู้วิจัยและเพื่อน รวมทั้งการจัดสถานที่เขตปลอดบุหรี่และข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการไม่ สูบบุหรี่ เพื่อให้เกิดการปรับพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ที่ถาวรต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติร้อยละ และค่าเฉลี่ยสำหรับข้อมูลทั่วไป สถิติ Paired t-test สำหรับเปรียบเทียบ ความแตกต่างภายในกลุ่มตัวอย่าง และ Students t-test เปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างกลุ่มที่เลิกสูบบุหรี่ได้กับกลุ่มที่เลิกไม่ได้ ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมเลิกสูบบุหรี่ขั้นที่ 1 ทำให้กลุ่มตัวอย่างเกิดการรับรู้ โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค รับรู้ความรุนแรง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง คาดหวังในผลของการเลิกสูบบุหรี่ และมีความตั้งใจเลิกสูบบุหรี่มากขึ้น ส่วนโปรแกรมเลิก สูบบุหรี่ขั้นที่ 2 ทำให้กลุ่มตัวอย่างได้พัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเอง และมีการ ปฏิบัติตัวในการเลิกสูบบุหรี่ในระดับที่ถูกต้อง หลังจากนั้นโปรแกรมเลิกสูบบุหรี่ขั้น 3 มีการให้แรงสนับสนุนทางสังคม ทำให้นักศึกษาที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ 34% ส่วนกลุ่มที่ ยังเลิกสูบไม่ได้ พบว่า มีความพยายามและความตั้งใจที่จะเลิก แต่สาเหตุที่เลิกไม่ได้ เกิดจากการสังสรรค์ระหว่างกลุ่มเพื่อนและการดื่มเหล้า ซึ่งมีผลต่อการสูบบุหรี่ อย่างไร ก็ตาม กลุ่มที่ยังเลิกไม่ได้ก็สามารถลดจำนวนมวนบุหรี่ที่สูงลงได้ สำหรับโปรแกรมเลิก สูบบุหรี่ขั้นที่ 3 สามารถทำให้กลุ่มที่เลิกสูบบุหรี่ได้ยังคงเลิกสูบอยู่ไม่หวนกลับไป สูบบุหรี่อีก นอกจากนี้ยังพบว่า การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค การรับรู้ความ รุนแรง ความคาดหวังในผลลัพธ์ และความตั้งใจในการเลิกสูบบุหรี่ ไม่มีความแตกต่าง ระหว่างกลุ่มที่เลิกสูบได้กับกลุ่มที่ไม่เลิกสูบ แสดงว่าตัวแปรทั้ง 4 ดังกล่าวไม่มีความ สัมพันธ์กับการเลิกสูบบุหรี่ แต่ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง การรับรู้ในความ สามารถของตนเอง และการปฏิบัติตัวในการเลิกสูบบุหรี่ มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม ที่เลิกสูบได้กับกลุ่มที่ไม่เลิกสูบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งแสดงว่าตัวแปร 3 ตัวนี้ มีความสัมพันธ์กับการเลิกสูบบุหรี่ ดังนั้นข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเลิกสูบบุหรี่ และวิจัยครั้งต่อไปคือ ควรได้มีการเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ตัวแปร 3 ตัวดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้มีผู้เลิกสูบบุหรี่ได้มากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ธนิดา มีต้องปัน . (2544). การพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับนักศึกษาชาย สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธนิดา มีต้องปัน . 2544. "การพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับนักศึกษาชาย สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธนิดา มีต้องปัน . "การพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับนักศึกษาชาย สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ธนิดา มีต้องปัน . การพัฒนากลวิธีในการเลิกสูบบุหรี่ สำหรับนักศึกษาชาย สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
