| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี |
| นักวิจัย | : | เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล |
| คำค้น | : | HEALTH SYSTEM ADMINISTRATION , TAMBON ADMINISTRATIVE ORGANIZATION , PUBLIC HEALTH , HEALTH ADMINISTRATION , HEALTH SYSTEM MODEL , HEALTH SYSTEM ASSESSMENT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45728 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบริการสาธารณสุขที่จำเป็นให้ประชาชนในเขต รับผิดชอบ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจัด บริการและบริหารระบบสุขภาพ ซึ่งเป็นงานใหม่ที่ไม่เคยบริหารและต้องการความสอดคล้อง กับการปฏิรูประบบสุขภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพของ อบต.ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี โดยการเลือกทฤษฎีของโรเมอร์ เป็นต้นแบบในการศึกษา วิเคราะห์หาองค์ ประกอบของระบบสุขภาพในระดับจุลภาค กำหนดเป็นตัวแปรที่ศึกษา รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิของ อบต.ชั้น 1 ทั้งหมดในจังหวัดปทุมธานี และจัดสนทนากลุ่มใน อบต.ชั้น 1 แต่ละแห่ง วิเคราะห์ ความเป็นเหตุผล และปรับปรุงให้เป็นรูปแบบการบริหาร 4 ที่สามารถดูแลสุขภาพประชาชนได้ ครอบคลุมพื้นที่ที่ อบต.รับผิดชอบ แล้วตรวจสอบความเป็นไปได้ โดยผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติการ บริการสาธารณสุข และผู้รับบริการในแต่ละ อบต. ด้วยการประชุมปฏิบัติการ ตรวจสอบความ เป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารระบบสุขภาพครั้งที่ 2 โดยเทคนิคเดลฟาย รวมกลุ่มตัวอย่าง 10 อบต. สนทนากลุ่ม 87 คน ประชุมฯ 16 คน สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 18 คน ผลการศึกษา สถานการณ์ระบบสุขภาพของ อบต.ชั้น 1 ในระยะที่ 1 พบว่า ~uจุดแข็ง~u คือ อบต.ชั้น 1 มีรายรับมากเพียงพอที่จะจัดบริการสาธารณสุขตามภารกิจหลักได้ ~uจุดอ่อน~u คือ อบต.ยังให้ความสนใจงานสาธารณสุขน้อย ขาดความรู้ใน (1) งานสาธารณสุข (2) การ วิเคราะห์ระบบสุขภาพในเขตความรับผิดชอบ (3) การวางแผนและประเมินผล ซึ่งอาจเป็นเพราะ ภาพเป้าหมายงานไม่ชัดเจน ~uโอกาส~uในการจัดการระบบสุขภาพให้ประชาชนมีมาก เพราะ ในเขต อบต.ชั้น 1 ประชาชนมีรายได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้มีการคมนาคมที่สะดวก ประชาชนมี งานทำทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน จึงมีการประกันสุขภาพตนเองด้วยระบบสวัสดิการของรัฐ ประกันสังคม ประกันสุขภาพกับภาคเอกชน หรือเลือกไปรับบริการสุขภาพในโรงพยาบาลหรือ คลินิคที่ตนพอใจ เพราะสามารถเดินทางได้สะดวก และนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ดำเนิน การในจังหวัดนี้ ทำให้ อบต.ยิ่งมีโอกาสในการจัดระบบสุขภาพได้ง่ายขึ้น ~uอุปสรรค~u คือ บาง อบต.มีพื้นที่กว้างมาก (22 หมู่บ้าน) ประชากรแอบแฝงมาก เพราะเป็นเขตปริมณฑล มี ปัญหายาเสพติด ผลการศึกษาระยะที่สอง พบว่า รูปแบบการบริหารระบบสุขภาพของ อบต.ชั้น 1 ที่ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียเสนอ คือ (1) ด้านทรัพยากร การมีบุคลากรสาธารณสุขที่สามารถจัดการภารกิจ หลัก คือ การรักษาเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพให้กับ ประชากรทุกกลุ่มอายุ เวชภัณฑ์ และองค์ความรู้ ที่จะปฏิบัติภารกิจหลักได้มากกว่าร้อยละ 50 แต่ให้มีสถานที่อุปกรณ์ ปฏิบัติภารกิจหลักครบถ้วน (2) ด้านการบริหารจัดการ มีแผนงาน แผนปฏิบัติการ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการประเมินผล และมีการกำหนดจำนวนประชากร เป้าหมาย ผู้นำต้องมีส่วนร่วม สนับสนุน อำนวยความสะดวก มีการควบคุมโดยประชาชนมีส่วนร่วม ในการกำหนดวิธีการควบคุมทุกขั้นตอน โครงสร้างการจัดกระบวนการดำเนินการสาธารณสุขควร มีองค์กรภาคประชาชนเชื่อมต่อกับโครงสร้างส่วนสาธารณสุขของ อบต. และควรมีระบบข้อมูล เชื่อมโยงกับสถานบริการสุขภาพในชุมชน รวมทั้งการประสานงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร (3) ด้านการจัดบริการสาธารณสุข ควรมีระบบและโครงสร้าง สนับสนุนการจัดการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาเบื้องต้นให้กับทุกกลุ่มอายุ จัดการฟื้นฟูสุขภาพให้อย่างน้อย 2 กลุ่มอายุ (4) ด้านเศรษฐกิจ ควรจัดงบประมาณสนับสนุน ให้ตามแผนงานทุกกลุ่มอายุ มีการประสาน และเชื่อมโยงข้อมูลการสนับสนุนการเงินด้านสุขภาพ ของรัฐบาลกลาง รวมทั้งข้อมูลการสนับสนุนระบบสุขภาพจากภาคเอกชน ผลการตรวจสอบรูปแบบการบริหารระบบสุขภาพของ อบต.ชั้น 1 โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า (1) ด้านทรัพยากร มีความเห็นสอดคล้องกัน และเสนอให้บุคลากรสาธารณสุขควรมีประสบการณ์ ที่สถานีอนามัยไม่น้อยกว่า 4 ปี รวมถึงเป็นผู้ที่จบปริญญาโทการบริหารสาธารณสุข เพื่อให้ ปฏิบัติภารกิจหลักได้ครบถ้วน แต่ไม่ควรมีโรงพยาบาล (2) ด้านการบริหารจัดการ มีความเห็น สอดคล้องกันโดยควรมีการบริหารที่ครอบคลุมภารกิจหลัก (3) ด้านการจัดบริการสาธารณสุข มีความเห็นสอดคล้องกัน และมีบริการที่ครอบคลุมภารกิจหลัก (4) ด้านการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ มีความเห็นสอดคล้องกัน ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาไปสู่รูปแบบนี้ สามารถใช้เครื่องมือวัดประเมิน ศักยภาพการบริหารระบบสุขภาพ (ค่าความเชื่อมั่น 0.91) ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยนี้เพื่อหาส่วน ขาดและพัฒนาศักยภาพเฉพาะด้านได้ |
| บรรณานุกรม | : |
เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล . (2544). การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล . 2544. "การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล . "การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล . การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 จังหวัดปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
