ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ
นักวิจัย : นิสรา ศรีศรัยมณี
คำค้น : seminested PCR , 16S rRNA , ELISA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44600
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัณโรคและโรคที่เกิดจากเชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียมีรายงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีรายงานการติดเชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียมากกว่า 1 ชนิด เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องและได้ผลรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการ รักษาผู้ป่วย วิธีการเพิ่มปริมาณของดีเอ็นเอโดยใช้ไพรเมอร์ 3 เส้น ได้แก่ F1-16SOL, 16SOR และ 16SNSR ในหลอดทดลองเดียว ตามด้วยการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียได้ภูกพัฒนาขึ้น โดยใช้ลำดับเบสของยีน 16S rRNA เป็นเป้าหมาย ในสภาวะที่เหมาะสม วิธีการเพิ่มปริมาณของดีเอ็นเอสามารถตรวจ หาแถบดีเอ็นเอขนาด 499 bp จากการเพิ่มปริมาณได้ สำหรับเชื้อทุกชนิดในกลุ่มมัยโคแบคทีเรีย ~iNocardia asteroides~i และ ~iRhodococcus equi~i ความไวในการตรวจหาเชื้อ ในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียโดยวิธีดังกล่าว จะต้องมีปริมาณของดีเอ็นเอต่ำสุดเท่ากับ 100 fg ยกเว้นเชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียที่โตเร็วสามารถตรวจหาปริมาณของดีเอ็นเอต่ำสุดภายใน ช่วง 1 ng ถึง 10 pg วิธีการเพิ่มปริมาณของดีเอ็นเอและตามด้วยการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะ ไปตรวจจับจะเพิ่มความไวในการตรวจหาเชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียนที่โตช้า โดยสามารถ ตรวจหาดีเอ็นเอต่ำสุดได้ 10 fg ซึ่งเท่ากับดีเอ็นเอจากเชื้อมัยโคแบคทีเรีย 2-3 เซลล์ การทดสอบดูความจำเพาะของตัวติดตาม โดยใช้เชื้อมัยโคแบคทีเรียจำนวน 96 สายพันธุ์ 22 ชนิด และเชื้ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่มัยโคแบคทีเรียจำนวน 33 สายพันธุ์ 30 ชนิด พบว่า pA111, pTbc1, pMar1 จะมีความจำเพาะ 94%, 93% และ 82% ตามลำดับ สำหรับ pAvi1, pInt1, pChe1, pFor1 มีความจำเพาะถึง 100% การนำวิธีนี้ไปใช้ในการตรวจหาดีเอ็นเอ ของเชื้อในน้ำไขสันหลังโดยใช้ตัวติดตาม pTbc1 และ pAvi1 เมื่อใช้ pTbc1 พบว่าจะมีความไว และความจำเพาะเท่ากับ 56% และ 84% ตามลำดับ เปรียบเทียบกับผลการเพาะเชื้อและประวัติ ของผู้ป่วย วิธีนี้มีข้อดีโดยเป็นวิธีที่รวดเร็วในการใช้ตรวจหาและจำแนกชนิดของเชื้อ ในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียที่โตช้า เพราะไม่ต้องอาศัยการเพาะเชื้อแบบดั้งเดิม แต่สำหรับ เชื้อในกลุ่มมัยโคแบคทีเรียที่โตเร็ว วิธีนี้มีประโยชน์ในการจำแนกชนิด ส่วนการตรวจหาเชื้อ โดยตรงจากสิ่งส่งตรวจ ยังต้องพัฒนาวิธีในการตรวจต่อไป เพื่อเพิ่มความไวในการตรวจหา ดีเอ็นเอของเชื้อในกลุ่มดังกล่าว

บรรณานุกรม :
นิสรา ศรีศรัยมณี . (2543). การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิสรา ศรีศรัยมณี . 2543. "การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิสรา ศรีศรัยมณี . "การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
นิสรา ศรีศรัยมณี . การตรวจหาและการจำแนกชนิดของเชื้อ ~iMycobacterium~i โดยวิธีการเพิ่มปริมาณ ของดีเอ็นเอ ในหลอดทดลองเดียว และการใช้ตัวติดตามที่จำเพาะไปตรวจจับ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.