ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ
นักวิจัย : ธวัชชัย เหลืองโสภาพรรณ
คำค้น : PHARMACEUTICAL CARE , DRUGSTORE , COMMUNITY PHARMACY , DRUG RELATED PROBLEMS (DRPs) , CHRONIC DISEASE , DIABETES MELLITUS , HYPERTENSION , ASTHMA , HYPERLIPID
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44121
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาการบริบาลทางเภสัชกรรม ได้จัดทำขึ้นที่ร้านขายยา เรือนยา สี่แยกบ้านแขก ระหว่างเดือน มิถุนายน 2541 ถึง กุมภาพันธ์ 2542 (เป็นเวลา 9 เดือน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สืบค้นปัญหาอันเนื่องมาจากยาที่เกิดขึ้นในร้านขายยา ในผู้ป่วย 4 กลุ่ม คือกลุ่ม ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด และภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง และ 2) หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ในร้านขายยา ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาอันเนื่อง มาจากยาเกิดขึ้นในผู้ป่วย 55 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 102 ราย (53.9%) การจัดประเภท ของปัญหาตามเกณฑ์ของ Strand 8 ข้อพบว่าปัญหาจากยาในผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่ม มีดังนี้ คือ ผู้ป่วยไม่ได้รับยาที่ควรได้รับ 18/107 (16.8%) การใช้ยาผิด 12/107 (11.2%) ได้รับยา น้อยเกินไป 18/107 (16.8%) เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 18/107 (16.8%) เกิดปฏิกิริยาของยา 3/107 (2.8%) ไม่ใช้ยาตามสั่ง 32.107 (29.9%) การใช้ยาที่ ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิชาการให้ใช้ได้ 6/107 (5.6%) และไม่พบปัญหาจากการได้รับ ยามากเกินไป การบริบาลทางเภสัชกรรมที่นำมาใช้แก้ปัญหาคือ การส่งต่อผู้ป่วยไป พบแพทย์ 33/144 (22.9%) การปรับขนาดยา 20/144 (13.9%) การเปลี่ยนหรือ เพิ่มยา 10/144 (6.9%) และการให้คำแนะนำเรื่องยา 81 (56.2%) ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง คือ น้ำหนักสูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน พบเกือบ 40% ของผู้ป่วยทั้งหมด ปัญหาอันเนื่องมาจากยาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ที่พบบ่อยคือ การไม่ใช้ยาตามสั่ง มากถึง 5/12 (47%) การบริบาลทางเภสัชกรรม ที่ใช้คือ การส่งต่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ 6/15 (40%) และการให้คำแนะนำเรื่องยา 9/15 (60%) ผลการศึกษาคล้ายคลึงกับ กลุ่มผู้ป่วยอีก 2 กลุ่มคือ การไม่ใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 7/23 (30.4%) และหอบหืด 5/22 (22.7%) และกิจกรรมการบริบาลทางเภสัชกรรมที่ให้แก่ ผู้ป่วยเพื่อแก้ไขปัญหามากที่สุด คือการให้คำปรึกษาในกลุ่มผู้ป่วยความดัน โลหิตสูง และกลุ่มผู้ป่วยหอบหืด คิดเป็น 16/26 (61.5%) และ 20/42 (47.6%) ตามลำดับ จากการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า การให้คำปรึกษา เป็นบทบาทสำคัญของเภสัชกร ในการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาตรงกับความต้องการ และเพิ่ม คุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น

บรรณานุกรม :
ธวัชชัย เหลืองโสภาพรรณ . (2542). การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธวัชชัย เหลืองโสภาพรรณ . 2542. "การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธวัชชัย เหลืองโสภาพรรณ . "การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ธวัชชัย เหลืองโสภาพรรณ . การบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในร้านขายยาในกรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.