| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบเชิงสาเหตุของความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาเป็นครั้งแรก |
| นักวิจัย | : | สุพรรณี สุ่มเล็ก |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41168 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาได้เหมาะสม เป็นกระบวนการยุ่งยาก ซับซ้อน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มารดาที่รับบทบาทใหม่ครั้งแรก ต้องเรียนรู้การเป็นมารดา โดยการฝึกปฏิบัติบทบาทของการเป็นมารดาที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงทางจิตสังคม และภาวะปกติสุข ของมารดา ทารก และครอบครัว การเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผล ต่อความสามารถดำรงบทบาทมารดาได้เหมาะสม จะเป็นพื้น ฐานสำคัญนำไปสู่การสังเคราะห์ความรู้ใหม่ทางการพยาบาล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของมารดา และพัฒนาคุณภาพชีวิต ของครอบครัวโดยรวม การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบ รูปแบบเชิงเหตุและผล ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎีการปรับตัว ของรอย ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร สัมพันธภาพ ระหว่างคู่สมรส การสนับสนุนทางสังคม ความรู้สึกมีคุณค่าใน ตนเอง การรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา การรับรู้ พฤติกรรมทารกแรกเกิด และความสามารถดำรงบทบาท มารดาได้เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาที่มีบุตรคนแรก ซึ่งมาคลอด บุตรที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดของแก่น และโรงพยาบาลแม่และเด็ก ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ เขต 6 ขอนแก่น จำนวน 205 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ และ ตอบแบบสอบถาม 3 ครั้ง ครั้งแรก ระยะหลังคลอด 2-3 วัน เก็บข้อมูล สัมพันธภาพ ระหว่างคู่สมรส การสนับสนุนทางสังคม และความรู้สึกมี คุณค่าในตนเอง ครั้งที่ 2 ระยะหลังคลอด 4-6 สัปดาห์ เก็บข้อมูลการรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา และ การรับรู้พฤติกรรมทารกแรกเกิด ครั้งที่ 3 ระยะหลังคลอด 6-8 สัปดาห์ เก็บข้อมูลความสามารถดำรงบทบาทมารดาได้ เหมาะสม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติการวิเคราะห์เส้นทาง ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล ผลการวิจัย พบว่า สัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส มีผล โดยตรงในทางบวกกับการสนับสนุนทางสังคม ((...)=.58, p< .001) และทำนายการสนับสนุนทางสังคม ได้ร้อยละ 33 สัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส และการสนับสนุนทางสังคม มีผล โดยตรงในทางบวก กับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ((...) = .29, p < .001 (...) = .37, p < .01 ตามลำดับ) และร่วมทำนายความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองได้ ร้อยละ 34 ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง มีผลโดยตรงในทาง บวกกับการรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา ((...)=.27, p < .01) และทำนายการรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา ได้ร้อยละ 5 สัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส มีผลโดยตรงในทาง บวกกับ การรับรู้พฤติกรรมทารกแรกเกิด ((...)= .17, p < .05) และทำนายการรับรู้พฤติกรรมทารกแรกเกิด ได้ ร้อยละ 2 การรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา และการ รับรู้พฤติกรรมทารกแรกเกิด มีผลโดยตรงในทางบวกกับ ความ สามารถดำรงบทบาทมารดาได้เหมาะสม ((...)= .31, p < .001 (...) = .14, p < .05 ตามลำดับ) และร่วม ทำนายความสามารถดำรงบทบาทมารดาได้เหมาะสม ร้อยละ 12 นอกจากนี้ สัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส มีผลทางอ้อมต่อความรู้สึก มีคุณค่าในตนเอง ผ่านการสนับสนุนทางสังคม สัมพันธภาพระหว่าง คู่สมรส มีผลทางอ้อมต่อการรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา ผ่านการสนับสนุนทางสังคม และความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส มีผลทางอ้อมต่อการรับรู้พฤติกรรม ทารกแรกเกิด ผ่านการสนับสนุนทางสังคม และการสนับสนุนทาง สังคม มีผลทางอ้อมต่อการรับรู้ความสามารถในการเป็นมารดา ผ่านความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ผลการวิจัยสนับสนุนข้อความ เชิงทฤษฎีของรูปแบบที่สร้างขึ้นเป็นส่วนใหญ่ และให้ความรู้ ที่ขยายแนวคิดของบทบาทในการปรับตัวด้านบทบาทหน้าที่ ใน ทฤษฎีการปรับตัวของรอย ผลการวิจัย ให้ข้อเสนอแนะว่า การส่งเสริมศักยภาพ ในการปรับตัวของมารดาที่มีบุตรคนแรก ต้องการการสังเคราะห์ ผลการวิจัย เพื่อจะนำไปสู่การสร้างวิธีการพยาบาล ที่ผ่าน การทดสอบวิจัยในเชิงปฏิบัติการ พัฒนาเป็นองค์ความรู้ทาง การพยาบาลต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สุพรรณี สุ่มเล็ก . (2538). รูปแบบเชิงสาเหตุของความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาเป็นครั้งแรก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพรรณี สุ่มเล็ก . 2538. "รูปแบบเชิงสาเหตุของความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาเป็นครั้งแรก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพรรณี สุ่มเล็ก . "รูปแบบเชิงสาเหตุของความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาเป็นครั้งแรก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สุพรรณี สุ่มเล็ก . รูปแบบเชิงสาเหตุของความสามารถในการดำรงบทบาทมารดาเป็นครั้งแรก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
