ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา
นักวิจัย : ปริญญา ชูแก้ว
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=35043
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่การพัฒนากรุงเทพมหานครเป็นไป อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง นิคมรถไฟจิตรลดา มักกะสัน และ ก.ม.11 ยังคง รักษาบทบาทสำคัญในการบรรเทาการขาดแคลนที่พักอาศัยให้กับพนักงานของการ รถไฟแห่งประเทศไทยบางส่วนและครอบครัว และสามารถดำรงรักษาบ้านพักซึ่ง ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และการใช้สอย รวมทั้งมีความงดงามในลักษณะพื้นถิ่นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาลและรถไฟแห่งประเทศไทย เช่น โครงการศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชนร่วมที่ย่านมักกะสันและย่านพหลโยธิน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพและมีผลกระทบต่อสภาพสังคมเศรษฐกิจ รวมทั้งคุณภาพการพักอาศัยของพนักงานและครอบครัวในพื้นที่นิคมรถไฟทั้ง 3 แห่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากประเด็นปัญหา จึงเป็นเหตุผลสำคัญการศึกษานิคมรถไฟทั้ง 3 แห่ง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลด้านกายภาพ ระบบสาธารณูปโภค และสภาพแวดล้อมทั่วไป ประเด็นทางเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งนโยบายการพัฒนา พื้นที่กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางการการอนุรักษ์และ พัฒนาพื้นที่รวมทั้งอาคารพักอาศัยไม้ด้วย ผลการศึกษา พบว่าแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนามีความแตกต่างกันตาม ลักษณะและข้อจำกัดของพื้นที่ โดยนิคมรถไฟจิตรลดาซึ่งตั้งอยู่ในเขตควบคุม ความสูงที่ห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 12 เมตร ซึ่งข้อสัญญัตินี้ทำให้ไม่สามารถ พัฒนาพื้นที่แบบความหนาแน่นสูงตามศักยภาพของพื้นที่ได้ นอกจากนี้อาคารพัก อาศัยไม้ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพทรุดโทรมโดยเฉพาะกลุ่มบ้านแถวของคนงาน และ สภาพแวดล้อมทั่วไปของชุมชนกำลังเสื่อมถอยลง ดังนั้นแนวทางการอนุรักษ์และ พัฒนาพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ คือ การประยุกต์ใช้กระบวนการปรับปรุงฟื้นฟู เมือง โดยการย้ายพนักงานรถไฟและครอบครัวทั้งหมดไปพักอาศัยในนิคมรถไฟ แห่งใหม่ที่มีสภาพอาคารและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า แล้วเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย ของพื้นที่ จากการพักอาศัยมาเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์บ้านพักรถไฟ โดยการปฏิสังขรณ์และการปรับปรุงฟื้นฟูอาคารพักอาศัยไม้บางส่วนให้มีสภาพ ที่ดี แล้วเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยอาคารเหล่านี้จากการพักอาศัยเป็นกิจกรรม อย่างอื่น เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ข้อมูล หรือร้ารขายของ นิคมรถไฟมักกะสัน การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแนวทางการพัฒนาพื้นที่ เป็นศูนย์การค้าและอาคารพักอาศัย ตามแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ย่านโรงงาน มักกะสัน ดังนั้นแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาที่มีความเป็นไปได้ คือการผนวก การอนุรักษ์อาคารพักอาศัยไม้บางส่วนเข้าไว้กับแผนพัฒนาพื้นที่ โดยนิคมรถไฟ มักกะสัน เสนอให้บูรณะปรับปรุงพื้นที่และอาคารพักอาศัยไม้บางส่วนรอบๆ บึง แล้วเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยอาตารเหล่านี้เป็นร้านอาหารหรือร้านขายของ ส่วนนิคมรถไฟ ก.ม. 11 การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแนวทางการ พัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย ตามแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธิน ดังนั้นแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา พื้นที่ที่มีความเป็นไปไม่ได้ คือ พัฒนาพื้นที่ตามแผนแม่บทที่วางไว้ โดยอาคาร พักอาศัยไม้บางส่วนที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมให้ย้ายไปยังนิคมรถไฟจิตรลดา ซึ่งเสนอให้เป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์บ้านพักรถไฟ อย่างไรก็ตามแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนานิคมรถไฟทั้ง 3 แห่ง จะสามารถดำเนินการได้ จำเป็นต้องอาศัยการให้ข้อมูลทางวิชาการที่ถูก ต้องแก่ผู้จัดทำแผนการพัฒนา ทั้งจากรับบาล การรถไฟแห่งประเทศไทยและ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงความสำคัญของนิคมรถไฟด้านการพัก อาศัย และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของอาคารพักอาศัยไม้

บรรณานุกรม :
ปริญญา ชูแก้ว . (2543). การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปริญญา ชูแก้ว . 2543. "การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปริญญา ชูแก้ว . "การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ปริญญา ชูแก้ว . การศึกษานิคมบ้านพักผู้ปฏิบัติงานรถไฟในกรุงเทพมหานครเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.