| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชนประเภท ทาวเฮาส์กับการเกิดคดีอาชญากรรม ศึกษาเฉพาะกรณีของการ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ในที่อยู่อาศัยของเขตบางกะปิ |
| นักวิจัย | : | ปกรณ์ เทพจร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34501 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | อาชญากรรมเป็นปรากฎการณ์ที่มีผลกระทบต่อความสงบสุข ของประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ มีผลกระทบ ต่อความเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาประเทศในที่สุด อาชญากรรมเป็นปัญหาสำคัญของเมือง ใหญ่ทั่วโลก กรุงเทพมหานครก็เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งที่ประสบ ปัญหาอาชญากรรม เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั้งหลาย ทั้งนี้เนื่องจาก สภาพแวดล้อมในเมืองมีส่วนชักนำให้มนุษย์มีพฤติกรรมที่เลวลง และเอื้ออำนวยต่อผู้กระทำผิดในการประกอบอาชญากรรม การศึกษานี้ เป็นการศึกษาเบื้องต้นถึงความสัมพันธ์ ระหว่างสภาพแวดล้อมของชุมชนประเภททาว์เฮาส์ที่มีต่ออาชญากรรม ประเภทประทุษร้ายต่อทรัพย์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีเงื่อนงำ และเกิดจากการฉกฉวยโอกาสมากที่สุด จึงมีส่วนสัมพันธ์กับ สภาพแวดล้อมทางกายภาพมากที่สุด โดยถือว่าปัจจัยทางกายภาพ เป็นปัจจัยแฝงของการเกิดคดีอาชญากรรม เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ ทำให้เกิดสิ่งจูงใจหรือโอกาสให้คนร้ายตัดสินใจกระทำผิด ซึ่ง อาชญากรรมประเภทประทุษร้ายต่อทรัพย์เกิดขึ้นอย่างหนาแน่น ในที่อยู่อาศัยทุกประเภท โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภททาวเฮาส์ ซึ่งผู้อยู่อาศัยในเขตบางกะปิประสบกับปัญหาอาชญากรรมประเภท ประทุษร้ายต่อทรัพย์มากที่สุดในย่านชานเมืองของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เป็นการศึกษาสาเหตุจากข้อบกพร่องของสภาพแวดล้อมทาง กายภาพในที่พักอาศัย หรือบริเวณที่พักอาศัยของชุมชนประเภท ทาวเฮาส์ เป็นการศึกษาถึงสิ่งที่สถาปนิกและนักวางแผนได้ กำหนดลักษณะทางกายภาพ และส่งผลเอื้ออำนวยต่อการเกิด อาชญากรรมประเภทประทุษร้ายต่อทรัพย์อย่างไรบ้าง โดย สมมติฐานของการวิจัยนี้คือลักษณะทางกายภาพของชุมชน มี ความสัมพันธ์กับลักษณะคดีอาชญากรรมประเภทประทุษร้ายต่อ ทรัพย์และทัศนคติเกี่ยวกับทัศนคติเกี่ยวกับความปลอดภัยของ ผู้เสียหายซึ่งสมมติฐานนี้เป็นไปตามทฤษฎีจิตวิทยาสภาพแวดล้อม ที่ยอมรับกันว่ามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมนุษย์ ในการศึกษา ได้นำแนวความคิดทางด้านนิเวศน์วิทยา อาชญากรรม อาชญาวิทยา แนวความคิดว่าด้วยการป้องกัน อาชญากรรม อิทธิพลของสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีผลต่อ พฤติกรรมมนุษย์และงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาผสมผสานกัน เป็นแนวทางในการศึกษา โดยใช้สถิติวิเคราะห์ไคสแควร์ ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ซึ่งกำหนดให้มีระดับนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในการศึกษาได้เลือกตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดี ประทุษร้ายต่อทรัพย์จากโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่การปกครอง ของเขตบางกะปิ จำนวน 135 ราย โดยใช้แบบสอบถามและ แบบสังเกตการณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลของการศึกษาพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างประสบคดีประเภทไม่อุกฉกรรจ์เป็น ส่วนใหญ่ โดยกลุ่มคดีลักทรัพย์เกิดขึ้นหนาแน่นที่สุด รองลงมา เป็นคดีโจรกรรมรถยนต์/รถจักรยานยนต์และคดีวิ่งราวทรัพย์ ตามลำดับ และคดีประเภทอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ได้แก่ คดีชิงทรัพย์และคดีปล้นทรัพย์ ตามลำดับ โดยลักษณะ ของคดีที่เกิดขึ้น พบว่า มีความเกี่ยวข้องกับลักษณะทางกายภาพ และเกิดจากการฉกฉวยโอกาสมากที่สุด ในส่วนของมูลค่า ทรัพย์สินที่สูญหาย พบว่าอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 50,000 บาท เป็นส่วนใหญ่ และส่วนบ้านที่ถูกงัดแงะหรือบุกรุกมาก ได้แก่ ประตู/หน้าต่างหลังบ้าน ในส่วนที่ใกล้เคียงกับประตู/หน้าต่าง หน้าบ้าน โดยเวลาที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ในเวลากลางวัน 2. คดีอุกฉกรรจ์ ได้แก่ คดีชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ จะมีสัดส่วนสูงขึ้นตามจำนวนทางเข้าออกในชุมชนและความ กว้างของถนนในชุมชน สำหรับคดีประเภทไม่อุกฉกรรจ์ ได้แก่ คดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ และคดีโจรกรรมรถยนต์/รถจักรยานยนต์ จะมีสัดส่วนสูงขึ้นตามขนาดชุมชนและจำนวนครัวเรือนต่อทางเดิน ร่วมหรือขนาดของกลุ่ม 3. ผู้เสียหายที่มีความรู้สึกปลอดภัยในบ้านและชุมชน ระดับน้อย จะมีสัดส่วนสูงขึ้นตามขนาดชุมชนและจำนวนครัวเรือน ต่อทางเดินร่วมหรือขนาดกลุ่มที่เพิ่มขึ้น 4. ความรู้สึกเกี่ยวกับบุคคลแปลกหน้าในชุมชนจะมี สัดส่วนสูงขึ้นตามขนาดของชุมชนจะมีสัดส่วนลดลงมาตามขนาด ช่องเปิดต่อพื้นที่ผนังที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเกิดอาชญากรรมเป็นผลร่วมกันของปัจจัย หลายประการ แต่ก็เป็นพฤติกรรมที่สามารถป้องกันได้ โดยการ ลดช่องโอกาสจากสภาพแวดล้อมซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยแฝงของการ เกิดอาชญากรรม ซึ่งมีหลักการเบื้องต้นดังนี้คือ 1. มีการวางแผนการใช้ที่ดินให้เป็นสัดส่วน ไม่สับสน ปะปนกัน เช่น ไม่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ บาร์ไนท์คลับ โรงงาน อุตสาหกรรม หรืออาคารสำนักงาน เป็นต้น ติดกับอาคารบ้านเรือน เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ทุติยภูมิไว้สำหรับป้องกันตนเองและเพื่อนบ้าน 2. สงวนรักษาการรวมตัวของความเป็นละแวกบ้านไว้ โดย ถนน ซอย ควรมีการรักษาความเป็นเอกเทศและการกำหนด การใช้ประโยชน์เฉพาะบุคคลในละแวกบ้านนั้นๆ เพื่อป้องกันการ เข้ามาของบุคคลแปลกหน้าซึ่งอาจเป็นคนร้ายและเป็นการส่งเสริม การรวมตัวของสมาชิกในชุมชน 3. ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนสามารถควบคุมพื้นที่ทุติยภูมิ ในบริเวณชุมชนของตนได้เช่นบริเวณทางเดินร่วม บริเวณทางเข้า ออก ตลอดจนบริเวณที่ว่างของอาคารหรือชุมชน โดยการแบ่งพื้นที่ ออกเป็นกลุ่มหรือเขตโดยมีเครื่องหมายหรือลักษณะการแบ่งกลุ่ม ที่แน่นอนชัดเจน 4. จัดให้มีการสอดส่องดูแลของสมาชิกในชุมชนต่อพื้นที่ ทุติยภูมิทั้งภายในและภายนอกที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างธรรมชาติ โดยการออกแบบให้ช่องเปิดหรือหน้าต่างของระเบียง ห้องรับแขก ห้องครัว มีขนาดที่เหมาะสมและหันไปสู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งจะ ทำให้พื้นที่ทุติยภูมิของชุมชนอยู่ภายใต้การสอดส่องดูแลเป็นพื้นที่ ป้องกันตนเอง (Defensibel space) 5. จัดให้มีสโมสร สนามกีฬา สนามเด็กเล่น หรือสวน สาธารณะ เป็นพื้นที่นันทนาการสำหรับชุมชน (Recreation space) ให้สมาชิกในกลุ่มชุมชนได้พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย หรือพบปะสังสรรค์กัน โดยเฉพาะเป็นสถานที่ให้เด็กๆ สามารถ เล่นได้อย่างปลอดภัย อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของ ผู้อยู่อาศัยในชุมชน 6. กำหนดให้แต่ละกลุ่มของที่อยู่อาศัยมีจำนวนครัวเรือน ต่อทางเดินร่วม และมีขนาดทางเท้าที่เหมาะสมต่อการเกิด กิจกรรมทางสังคม และความสามารถในการแยกแยะหรือจดจำ กันได้ของผู้อยู่อาศัย โดยจำนวนครัวเรือนต่อทางเดินร่วมหรือ ขนาดของกลุ่มควรอยู่ระหว่าง 10-15 ครัวเรือน และทางเท้า ควรมีขนาดอยู่ระหว่าง 20-30 ฟุต หรือ 7.5-9 เมตร 7. หลีกเลี่ยงการปล่อยให้มีพื้นที่หรือบริเวณที่ขาดประโยชน์ การใช้สอยที่แน่นอน และบริเวณมุมอับสายตาต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิด พื้นที่ไม่มีเจ้าของ ขาดการสอดส่องดูแล เป็นโอกาสให้คนร้ายแฝงตัว เข้ามาในชุมชนได้โดยง่าย 8. จัดให้มีแสงสว่างในพื้นที่สาธารณะและบริเวณอับสายตา ในชุมชนอย่างเพียงพอ เพื่อเพิ่มอำนาจการสอดส่องดูแล (Surveillance) 9. รั้วบ้านควรมีลักษณะโปร่งและปีนได้ยาก |
| บรรณานุกรม | : |
ปกรณ์ เทพจร . (2541). ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชนประเภท ทาวเฮาส์กับการเกิดคดีอาชญากรรม ศึกษาเฉพาะกรณีของการ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ในที่อยู่อาศัยของเขตบางกะปิ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปกรณ์ เทพจร . 2541. "ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชนประเภท ทาวเฮาส์กับการเกิดคดีอาชญากรรม ศึกษาเฉพาะกรณีของการ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ในที่อยู่อาศัยของเขตบางกะปิ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปกรณ์ เทพจร . "ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชนประเภท ทาวเฮาส์กับการเกิดคดีอาชญากรรม ศึกษาเฉพาะกรณีของการ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ในที่อยู่อาศัยของเขตบางกะปิ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ปกรณ์ เทพจร . ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชนประเภท ทาวเฮาส์กับการเกิดคดีอาชญากรรม ศึกษาเฉพาะกรณีของการ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ในที่อยู่อาศัยของเขตบางกะปิ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
