| ชื่อเรื่อง | : | แนวความคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคาร กรมอาชีวศึกษา |
| นักวิจัย | : | วราวุธ วัฒนายุทธ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34449 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้เป็นการศึกษา เรื่อง แนวความคิดในการออกแบบ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคารกรมอาชีวศึกษา โดยผู้วิจัยได้ทำ การศึกษาความต้องการ และความคิดเห็นของข้าราชการ ซึ่งเป็น ผู้ใช้สอยอาคารกรมอาชีวศึกษาส่วนกลาง มีที่ตั้งอยู่ ณ กระทรวง ศึกษาธิการ วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก ข้าราชการที่ใช้ ทำการศึกษา ได้แก่ กลุ่มข้าราชการที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ในอาคาร โดยทำการเก็บข้อมูลจากการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกต และจากแบบสอบถามซึ่งเป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยผู้วิจัยได้ทำ การแจกแบบสอบถามจำนวน 287 ชุด คิดเป็นร้อยละ 50 ของ จำนวนข้าราชการทั้งหมดในกรมอาชีวศึกษา ได้รับแบบสอบถาม กลับมา 240 ชุด คิดเป็นร้อยละ 83.62 โดยนำข้อมูลที่ได้มาทำ การวิเคราะห์ สรุปผลการวิจัยและเสนอแนะแนวความคิดในการ ออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ในรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม ข้อมูลที่ทำการศึกษาประกอบด้วยการศึกษาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการสัมภาษณ์ สังเกต สภาพอาคารกรมอาชีวศึกษาเพื่อหาปัญหาในการวิจัย และนำมา ประมวลผลร่วมกับข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม จากการวิจัยพบว่า ข้าราชการส่วนใหญ่ในกรมอาชีวศึกษา เป็นเพศหญิง มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด มีความคิดเห็น ต่อพื้นที่ใช้สอยในการทำงานว่า พื้นที่อาคารในปัจจุบันมีพื้นที่ เล็กคับแคบ ขาดระเบียบในการจัดวางคุรุภัณฑ์ การจัดพื้นที่ ปฏิบัติงานควรจัดเป็นแบบกั้นเป็นห้องๆ สำหรับผู้บริหาร ผสม กับแบบเปิดโล่งมีตู้เตี้ยๆ กั้นตามสายงาน แกนสัญจรและบริการ ทางตั้ง เช่น ลิฟท์ บันได ควรอยู่ใกล้กัน ลิฟท์ควรมีคุณภาพ และมีจำนวนที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้สอย ห้องน้ำ-ห้องส้วม ควรมีการบำรุงรักษาในเรื่องความสะอาดและการซ่อมแซม อุปกรณ์ที่ชำรุด โถส้วมควรเลือกใช้แบบนั่งยอง ชักโครก ใน เรื่องของแสงสว่างในบริเวณทำงานมีเพียงพอจนถึงขั้นมาก เกินไป ควรออกแบบให้มีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามา บ้าง เสียงรบกวนในพื้นที่ปฏิบัติงานที่ประสบปัญหามากที่สุด คือ เสียงโทรศัพท์ และเสียงสนทนาของผู้ร่วมงาน ควรแยก อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนไปไว้ต่างหาก ยกเว้นโทรศัพท์ เพราะจะทำให้ไม่สะดวกต่อการติดต่อ การระบายอากาศสำหรับ อาคาร ควรเป็นเครื่องปรับอากาศโดยใช้ร่วมกับพัดลมดูดอากาศ ความปลอดภัยในอาคารควรมีบันไดหนีไฟและมีสัญลักษณ์บอกตำแหน่ง มีระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน และอุปกรณ์ดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน ระบบ ดับเพลิงที่ใช้อยู่กับอาคารในปัจจุบันไม่เหมาะสมกับอาคาร อุบัติเหตุที่มักจะเกิดกับข้าราชการมากที่สุด คือ หกล้ม เนื่องจากพื้นทางเดินหลักต่างระดับกันเนื่องจากการต่อเติม อาคาร ควรออกแบบพื้นผิวบริเวณทำงานเป็นกระเบื้องยาง บริเวณทางเดินหลักเป็นหินขัด ผนังอาคารควรเป็นผนังก่ออิฐ ฉาบปูนเรียบทาสี และกรุด้วยวัสดุป้องกันเสียง สีที่ใช้กับ อาคารภายในควรเป็นสีโทนอ่อน ภายนอกอาคารควรเป็น สีโทนอ่อนหรือสีโทนกลาง พาหนะที่ใช้เดินทางมาทำงาน ส่วนใหญ่ คือ รถประจำทางและรถยนต์ส่วนตัวซึ่งมีสัดส่วน เท่าๆ กัน ที่จอดรถสำหรับอาคารควรเป็นแบบจอดรถนอก อาคาร มีการจัดระเบียบโดยการตีเส้นกำกับให้ชัดเจน มี จำนวนเพียงพอกับจำนวนข้าราชการและผู้มาติดต่อราชการ บริเวณรอบอาคารควรมีการจัดภูมิสถาปัตยกรรม ที่มีลักษณะ ให้ความร่มรื่นกับอาคารและที่จอดรถได้ สามารถใช้เป็นที่ พักผ่อนหย่อนใจได้ ภายในสามารถมองออกมาเห็นแล้วทำให้ เกิดทัศนวิสัยที่ดี บริเวณส่วนต่างๆ ของอาคารที่มีพื้นที่เล็กๆ ควรจัดให้มีสวนหย่อมขนาดเล็ก เช่น สวนหิน หรือสวนไม้ดัด ไม้พุ่ม เป็นต้น ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ผลจากการวิจัยนี้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการ แก้ไขและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคารกรมอาชีวศึกษา เดิม หรือเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อการออกแบบ ให้มีความเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริง ต่อไปในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
วราวุธ วัฒนายุทธ . (2540). แนวความคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคาร กรมอาชีวศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราวุธ วัฒนายุทธ . 2540. "แนวความคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคาร กรมอาชีวศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราวุธ วัฒนายุทธ . "แนวความคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคาร กรมอาชีวศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วราวุธ วัฒนายุทธ . แนวความคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคาร กรมอาชีวศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
