ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น
นักวิจัย : ศรีสวาท ชัยสิทธิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32730
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้าน จิตวิทยาสังคม และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม 2) การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์ ภายหลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย 3) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดูแลสุขภาพตนเอง ของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ หญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ในสถานส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จำนวน 125 ราย ระหว่างเดือน ตุลาคม 2541 - มีนาคม 2542 โดยใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล นำข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Statistical Package for Social Science/Personal Computer = SPSS/PC(+)) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และไคสแควร์ (Chi-square) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) คุณลักษณะของหญิงตั้งครรภ์ พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 21-30 ปี ประกอบ อาชีพหลักคือ เกษตรกรรม สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษามากที่สุด มีรายได้ต่อเดือน อยู่ระหว่าง 1,000-3,000 บาท ประสบการณ์ด้านการตั้งครรภ์ พบว่า หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ มีอายุครรภ์ 21-30 สัปดาห์ การตั้งครรภ์เป็นครรภ์ที่ 2 จำนวนการฝากครรภ์ 2 ครั้ง หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดที่รับคำปรึกษา ไม่เคยรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย มีเพียงส่วนน้อย (3.2%) ที่รู้จักโรคธาลัสซีเมีย โดยได้รับความรู้จากสื่อวิทยุ และโทรทัศน์ ปัจจัยด้าน จิตวิทยาสังคม พบว่า ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัตตัวขณะตั้งครรภ์ อยู่ในระดับดี การรับรู้ ภาวะโลหิตจางอยู่ในระดับดี ความรู้เกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย อยู่ในระดับปานกลาง ทัศนคติเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียอยู่ในระดับดี ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม พบว่า การสนับสนุนจากครอบครัวอยู่ในระดับมาก และปานกลางเท่ากัน และการสนับสนุนด้านสื่อ เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยอยู่ในระดับปานกลาง 2) การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาอยู่ในระดับดี เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การดูแลสุขภาพตนเองที่อยู่ในระดับดี คือ การได้รับอาหาร ที่มีประโยชน์ การพักผ่อนและการปฏิบัติตนด้านสุขนิสัยประจำวัน และใส่ใจในสุขภาพตนเอง 3) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำ ปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยใช้ค่า Chi-square ทดสอบ ได้แก่ จำนวนการตั้งครรภ์ ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์ ทัศนคติเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์ และการสนับสนุนจากครอบครัว

บรรณานุกรม :
ศรีสวาท ชัยสิทธิ์ . (2543). การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรีสวาท ชัยสิทธิ์ . 2543. "การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรีสวาท ชัยสิทธิ์ . "การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ศรีสวาท ชัยสิทธิ์ . การดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์หลังรับคำปรึกษาโรคธาลัสซีเมีย ของสถานส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก จังหวัดขอนแก่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.