| ชื่อเรื่อง | : | ระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน : กรณีศึกษาป่าตะโกร้างโนนระกา |
| นักวิจัย | : | มานะ นาคำ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32722 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชนกรณีศึกษาป่าตะโกร้าง โนนระกา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของป่าสาธารณประโยชน์ และความสัมพันธ์ ระหว่างชุมชนกับป่าสาธารณประโยชน์ ระบบคิดเกี่ยวกับป่าสาธารณประโยชน์ ระบบการจัดการ ป่าสาธารณประโยชน์ และปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง การสนทนากลุ่มกับผู้รู้ชาวบ้าน และชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากป่าตะโกร้าง โนนระกา การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกโดยสัมภาษณ์ผู้นำชาวบ้านที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการป่า ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในการจัดการป่าและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเก็บข้อมูลโดยการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนพัฒนาป่า และสังเกต แบบไม่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับสภาพป่าและการใช้ประโยชน์จากป่า ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงของป่าสาธารณประโยชน์ และความสัมพันธ์ของชุมชน กับป่าสาธารณประโยชน์แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรก ตั้งแต่การก่อตั้งชุมชน - พ.ศ. 2503 แต่ก่อนป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านตัดต้นไม้ถางป่าเพื่อ ขยายที่ทำกินพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ในป่าลดจำนวนลด พื้นที่ป่าทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์ ของชุมชนแห่งแรกถูกจับจองเป็นที่นาของ ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงย้ายป่าทำเลเลี้ยงสัตว์ มาเป็นป่าตะโกร้างโนนระกา ช่วงที่สอง คือ ช่วงดูแลรักษา ฟื้นฟูป่าสาธารณประโยชน์ (พ.ศ.2504 - ปัจจุบัน) ป่าตะโกร้างโนนระกาถูกใช้ประโยชน์จนเสื่อมโทรม เหลือแต่ต้นไม้ขนาดเล็ก และมีการจับจองพื้นที่ป่าเป็นที่ทำกิน จนเกิดความขัดแย้งขึ้น ในชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชิดป่าจึงประสานความร่วมมือกับหน่วย ราชการ จัดการแก้ไขปัญหาการจับจองพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์เป็นที่ทำกินโดยยอมสูญเสีย พื้นที่ป่าซึ่งชาวบ้านจับจองเป็นที่นาไปทำการกันขอบเขตป่าสาธารณประโยชน์ให้ชัดเจน ดูแลรักษาป่าให้ฟื้นคืนสภาพขึ้นมา ชาวบ้านได้ใช้ป่าสาธารณประโยชน์เป็นแหล่งเก็บหาของ จากป่าและเลี้ยงสัตว์มาจนถึงปัจจุบัน ในโลกทัศน์ของชาวบ้าน ป่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชุมชน ป่าทำเลเลี้ยงสัตว์เป็นที่ สาธารณประโยชน์ที่ชุมชนใกล้เคียงได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน การให้คุณค่าและความสำคัญต่อ ทรัพยากรในป่า ชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออารักษ์คุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากร ชาวบ้านมีความต้องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร จะบอกกล่าวเซ่นไหว้ขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อชาวบ้านติดต่อสัมพันธ์กับภายนอกมากขึ้น ได้รับความรู้ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย มากขึ้น ความเชื่อดังกล่าวและการปฏิบัติตามความเชื่อจึงลดความเข้มข้นลง ในขณะเดียวกัน ประชากรเพิ่มมากขึ้นทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ประโยชน์จนเสื่อมโทรมลง การจัดการป่า สาธารณประโยชน์จึงต้องอาศัยกฎเกณฑ์และองค์กรที่เป็นทางการเข้ามาจัดการ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้ชิดป่ารวมตัวกันแบบหลวม ๆ ประสานความร่วมกับหน่วยราชการ จัดการ กับปัญหาการจับจองพื้นที่ป่าเป็นที่ทำกิน หลังจากนั้นกำนันเห็นว่าป่าตะโกร้างโนนระกา ใช้ประโยชน์ร่วมกันหลายหมู่บ้าน จึงประสานความร่วมมือกับสภาตำบลนาดี ซึ่งเป็นองค์กร ชุมชนที่เป็นทางการให้ทำหน้าที่ในการจัดการป่า จนกระทั่งได้รับการยกฐานะเป็นองค์กร การบริหารส่วนตำบลนาดีในปี พ.ศ. 2539 ได้ทำหน้าที่จัดการป่าตะโกร้างจนถึงปัจจุบัน การดำเนินการจัดการป่าตะโกร้างโนนระกาในด้านการดูแลรักษามีกฎระเบียบในการ ดูแลรักษาป่า ขุดคลองรอบพื้นที่ป่า ทำถนนเป็นแนวกันไฟภายในบริเวณป่า การฟื้นฟูมีการ ปลูกต้นไม้ การใช้ประโยชน์ได้ใช้เป็นแหล่งเก็บหาของป่าและเลี้ยงสัตว์ โดยชาวบ้าน มีโอกาสใช้ประโยชน์เท่าเทียมกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชนได้แก่ 1) ผู้นำ ชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการจัดการป่าตะโกร้างโนนระกา ทั้งนี้ผู้นำชุมชน ต้องเห็นความสำคัญกับการจัดการป่า สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และประสานความ ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการจัดการป่า 2) การจัดการป่าสาธารณประโยชน์ภายใต้องค์กร ชุมชนที่เป็นทางการ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของ ท้องถิ่น ทำให้กฏเกณฑ์ในการจัดการป่าได้รับการยอมรับและปฏิบัติตาม มีทรัพยากรที่สนับสนุน การจัดการป่าอย่างต่อเนื่อง และสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกได้ดี 3) นโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทำให้องค์กรชุมชนมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำให้องค์กรชุมชน ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกได้ดี 4) การประสานงานระหว่างองค์กรชุมชนกับ หน่วยงานภายนอกในการจัดการป่า องค์กรชุมชนต้องการรับรองอำนาจหน้าที่และการสนับสนุน ทรัพยากรในการจัดการป่าจากองค์กรภายนอก 5) ความเสื่อมโทรมกระตุ้นให้ชาวบ้านเห็นความ สำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 6) ระบบคิดของชาวบ้านต่อป่าสาธารณประโยชน์ ชาวบ้านเห็นว่าป่าสาธารณประโยชน์เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์และ เก็บหาของจากป่าร่วมกัน ระบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพยากรจากป่าสาธารณประโยชน์ ชัดเจนว่าเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของชุมชน 7) ความสัมพันธ์ทางสังคมของชุมชนที่เป็น เครือญาติกันมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นคนชาติพันธุ์เขมรเหมือนกัน และเป็นชุมชน ที่ใช้ประโยชน์จากป่าสาธารณประโยชน์ร่วมกัน |
| บรรณานุกรม | : |
มานะ นาคำ . (2543). ระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน : กรณีศึกษาป่าตะโกร้างโนนระกา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มานะ นาคำ . 2543. "ระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน : กรณีศึกษาป่าตะโกร้างโนนระกา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มานะ นาคำ . "ระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน : กรณีศึกษาป่าตะโกร้างโนนระกา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. มานะ นาคำ . ระบบการจัดการป่าสาธารณประโยชน์ขององค์กรชุมชน : กรณีศึกษาป่าตะโกร้างโนนระกา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
