| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของภูมิคุ้มกันต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรคพยาธิใบไม้ตับ ในสัตว์ทดลอง |
| นักวิจัย | : | สมพงษ์ สิทธิพรหม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31692 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เนื่องจากกลไกที่เกี่ยวข้องกับพยาธิกำเนิดของระบบท่อน้ำดีที่เกิดจาก พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกี่ยวกับบทบาทของภูมิคุ้มกันของโฮสต์ต่อพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น ดัง นั้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาผลกระทบและอิทธิพลของ ภูมิคุ้มกันของโฮสต์ ว่ามีผลต่อสรีรพยาธิวิทยาของตับและระบบท่อน้ำดีที่เกิด จากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (O.viverrini) อย่างไร โดยใช้หนูแฮมสเตอร์ เป็นสัตว์ทดลอง ในการทดลองนี้ใช้หนูแฮมเตอร์เพศผู้ อายุ 6-8 สัปดาห์ แบ่งหนูออก เป็น 3 กลุ่มคือกลุ่ม immunized ซึ่งได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยแอนติ เจนของพยาธิใบไม้ตับก่อน 1 เดือนแล้วจึงป้อนพยาธิ 50 metacercaria/หนู 1 ตัว กลุ่มที่2 คือกลุ่ม naive เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้ม กันแต่ได้รับพยาธิเท่ากับกลุ่ม immunized กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มควบคุมซึ่ง ไม่ได้รับแอนติเจนและพยาธิหนูทั้งหมดจะถูกนำมาเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่ 1,2,4 และ 6 เดือน หลังจากติดเชื้อพยาธิ ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่ม immunized มีลักษณะทางจุลพยาธิวิทยา ประกอบด้วย periductal fibrosis ทั้งบริเวณ second order duct, second order main duct และ secondary biliary cirrhosis มีความรุนแรงสูงกว่ากลุ่ม naive อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) โดย เฉพาะในช่วงเดือนที่ 1-2 หลังการติดเชื้อ นอกจากนั้นยังพบว่าที่เวลา 2 เดือน ภายหลังการติดเชื้อระดับเอนไซม์ในซีรั่มคือ ALT และ AST ในกลุ่มนี้ยังมีค่า สูงกว่ากลุ่ม naive อย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามก็พบว่าลักษณะทางจุลพยาธิวิทยา mononuclear cell infiltration, lymphoid follicle ของกลุ่ม naive มีค่าความ รุนแรงสูงกว่ากลุ่ม immunized อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) โดยเฉพาะใน ช่วงตั้งแต่เดือนที่ 2 หลังจากติดเชื้อพยาธิเป็นต้นไป ส่วนผลทางจุลพยาธิวิทยาอื่นเช่น จำนวนเซลล์อีโอสิโนฟิล (eosinophil), เยื่อบุผิวท่อน้ำดีหนาขึ้น (epithelial hyperplasia), พังผืดรอบ lobule ของตับ (portal fibrosis), การเพิ่มจำนวนท่อน้ำดี เล็ก (bile ductule proliferation), มี granuloma และแผลใน ท่อน้ำดีใหญ่และส่วนแขนงท่อน้ำดีใหญ่ (ulceration of second order duct and second order main duct with granuloma) และมี granuloma รอบไข่หรือรอบตัวพยาธิ (egg or parasite granuloma) รวมระดับของ ALP ในซีรั่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นชัดเจนระหว่าง กลุ่มการทดลองทั้ง 2 กลุ่ม สำหรับข้อมูลด้านปรสิตวิทยานั้น พบว่าการกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยแอนติ เจนของพาธิใบไม้ตับไม่มีผลต่อจำนวนพยาธิและจำนวนไข่ที่ผลิตได้แต่อย่างใด ผลการทดลองครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ผลของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดย การฉีดแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับมีผลทั้งการส่งเสริมให้พยาธิสภาพของ ระบบท่อน้ำดีรุนแรงขึ้นในระหว่างการติดเชื้อพยาธิเดือนแรกก่อนจะนำไปสู่ ภาวะกดภูมิคุ้มกันได้ในเวลาต่อมา ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ จะนำไปสู่การค้นหาเพื่อแยกแยะองค์ประกอบของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ ว่าส่วนใดที่จำเพาะต่อการกระตุ้นหรือกด ภูมิคุ้มกันและผลต่อพยาธิสภาพที่ เกิดขึ้นต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สมพงษ์ สิทธิพรหม . (2538). บทบาทของภูมิคุ้มกันต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรคพยาธิใบไม้ตับ ในสัตว์ทดลอง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพงษ์ สิทธิพรหม . 2538. "บทบาทของภูมิคุ้มกันต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรคพยาธิใบไม้ตับ ในสัตว์ทดลอง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพงษ์ สิทธิพรหม . "บทบาทของภูมิคุ้มกันต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรคพยาธิใบไม้ตับ ในสัตว์ทดลอง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สมพงษ์ สิทธิพรหม . บทบาทของภูมิคุ้มกันต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรคพยาธิใบไม้ตับ ในสัตว์ทดลอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
