ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง
นักวิจัย : จรีรัตน์ สาตราวาหะ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=27635
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโน คลอรีนในน้ำเสียชุมชนเมืองเพชรบุรี โดยการปลูกพืชในสภาพของ ดินสลับน้ำขังและน้ำแห้งที่ระยะเวลาขังน้ำ 3, 5 และ 7 วัน สลับน้ำแห้ง 3 วันใช้พืช 2 ชนิด คือ กกกลม (Cyperus corymbosus Rottb.) และ ธูปฤาษี (Typha angustifolia Lin.) โดยวางแผนการทดลองแบบ split plot design จำนวน 3 ซ้ำ ทำการ วิจัยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2538 ถึง พฤศจิกายน 2539 ผลการ ศึกษาพบว่าน้ำเสียชุมชนเมืองเพชรบุรีก่อนบำบัดมีการปน เปื้อนของสารฆ่าแมลงจำนวน 3 ชนิด จากการเก็บตัวอย่างน้ำ 4 ครั้ง คือ แอลฟา-บีเอซซี พบ 3 ครั้ง ปริมาณเฉลี่ย 1.9x10(-12), 1.9x10(-12), 2.2x10(-12) เฮปตาคลอร์พบ 3 ครั้ง ปริมาณเฉลี่ย 8.2x10(-12), 262.4x10(-12) และ 293.2x10(-12) ส่วนแกมมา-บีเอชซี พบเฉพาะ 2 ครั้ง ปริมาณเฉลี่ย 9.6x10(-12) และ 50.1x10(-12) ภายหลังการบำบัดพบว่า สารฆ่าแมลงทุกชนิด มีปริมาณลดตำ่ลงหรือถูกบำบัดทั้งหมด อย่างไรก็ดีชนิดพืชและ ระยะเวลาขังน้ำทั้ง 3 รูปแบบที่ใช้เพื่อบำบัดสารพิษตกค้าง ของสารในกลุ่มนี้ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ ภายหลังเมื่อทำการบำบัดน้ำเสียครบ 90 วัน พบว่าปริมาณ สารฆ่าแมลงในดินและพืชมีค่าสูงกว่าก่อนเริ่มทดลอง โดยดิน จากแปลงกกกลมพบแอลฟา-บีเอชซีมีปริมาณเฉลี่ย 685.8x10(-12) จาก 80.7x10(-12) แปลงธูปฤาษีมีปริมาณเพิ่มขึ้น 205.5x 10(-12) จาก 54.1x10(-12) นอกจากนี้ยังพบสารแกมมา-บีเอชซี และเฮปตาคลอร์ทั้งในแปลงกกกลมและธูปฤาษีเพิ่มขึ้น 310.4x 10(-12) และ 613.8x10(-12) จาก 0.0 และ 225.2x10(-12) และ 72.6x10(-12) จาก 0.0 ตามลำดับ สำหรับปริมาณสารในพืช หลังการทดลองได้นำมาเปรียบเทียบกับแปลงควบคุมโดยพืชกกกลม พบแอลฟา-บีเอชซี แกมมา-บีเอชซี และ เฮปตาคลอร์ปริมาณเฉลี่ย 2,355.3x10(12), 18.9x10(-12) และ 666.3x10(-12) ตาม ลำดับ ส่วนแปลงควบคุมพบแอลฟา-บีเอชซีปริมาณเฉลี่ย 3.1x10(-12) และเฮปตาคลอร์พบ 1.1x10(-12) ส่วนพืชธูปฤาษีพบสาร แอลฟา-บีเอชซีแกมมา-บีเอชซี และเฮปตาคลอร์ปริมาณเฉลี่ย 60.9x10(-12), 6.1x10(-12) และ 309.3x10(-12) ตามลำดับ ขณะที่แปลง ควบคุมพบเฉพาะแอลฟา-บีเอชซีปริมาณเฉลี่ย 1.0x10(-12) ผล การศึกษาสรุปได้ว่าระบบบำบัดโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับ น้ำขังและน้ำแห้ง มีแนวโน้มที่จะช่วยลดปริมาณสารฆ่าแมลง ที่ตกค้างได้ โดยดินและพืชต่างมีส่วนช่วยบำบัดสารฆ่าแมลง ในน้ำเสียชุมชน

บรรณานุกรม :
จรีรัตน์ สาตราวาหะ . (2540). การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จรีรัตน์ สาตราวาหะ . 2540. "การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จรีรัตน์ สาตราวาหะ . "การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
จรีรัตน์ สาตราวาหะ . การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนใน น้ำเสียชุมชนโดยการปลูกพืชในสภาพของดินสลับน้ำขังและน้ำแห้ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.