ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่
นักวิจัย : สมบัติ บุญคำเยือง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5853
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์ เหนือพื้นที่ กรณีศึกษาชาวลาหู่ ซึ่งตั้งถิ่นฐานที่อยู่ในเขตภูเขาสูงใกล้แนวเขตชายแดนไทย- พม่า โดยมุ่งศึกษาวิเคราะห์ถึง การปรับเปลี่ยนแบบแผนการอพยพเคลื่อนย้าย การตั้งถิ่นฐาน ที่อยู่ และระบบการใช้พื้นที่เพื่อการผลิต หรือระบบเศรษฐกิจสังคมของชาวลาหู่ ในบริบทการ ช่วงชิงอำนาจควบคุมจัดการพื้นที่ ระหว่างกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้ง การขยายอำนาจควบคุมจัดการพื้นที่ป่าของรัฐไทย การทำความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาดังกล่าวได้ อาศัยกรอบความคิด สำหรับเป็นเครื่องมือรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก กรอบความคิดว่าด้วยอำนาจ ที่หมายถึงอำนาจในเชิงการสร้างความจริงและนิยามความ หมาย ประการที่สอง กรอบความคิดว่าด้วยนิเวศวิทยาการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึงสิทธิ ตามจารีตประเพณี และการช่วงชิงการสร้างความจริงและการนิยามความหมายต่อพื้นที่ จากการศึกษา ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ กรณีศึกษา ชาวลาหู่ พบว่า ประเด็นแรก การขยายอำนาจควบคุมจัดการพื้นที่ป่าของรัฐ ด้วยยุทธศาสตร์การ สร้างความจริงและนิยามความหมายต่อพื้นที่ป่า เป็นการปฏิบัติการจริงของอำนาจที่ซับซ้อนความ จริงและความหมายของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แท้จริงแล้วก็คือ การขยายอำนาจของรัฐส่วนกลางเพื่อ ควบคุมจัดการพื้นที่ ซึ่งนอกจากเป็นการแย่งยึดปัจจัยพื้นฐานทางการผลิตแล้ว ยังผลักดันให้ แบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวลาหู่ต้องพึ่งพาสังคมเมือง และกลไกระบบการตลาดด้วย ในที่นี้ จะเห็นว่าการสร้างความจริงและนิยามความหมายต่อพื้นที่ป่า ทั้งการพัฒนาระบบเกษตรอนุรักษ์ ดินและน้ำ การพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน การปลูกไม้ผลเมืองหนาวเพื่อการค้า การปลูกสร้างสวน ป่าวนเกษตร การปลูกสร้างสวนป่าถาวร รวมทั้งการกำหนดเขตอนุรักษ์ฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร ต่าง แสดงนัยสำคัญถึง การแย่งยึดปัจจัยพื้นฐานทางการผลิต และลดทอนอำนาจตัดสินใจในการควบคุมจัด การทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่นทั้งสิ้น ประเด็นที่สอง การอนุรักษ์พื้นที่ป่าในฐานะการสร้างความจริง และนิยามความหมายต่อ พื้นที่เพื่อสร้างความจริงของความหวัง กล่าวคือ ในขณะที่ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะเผชิญกับ ปัญหาความไม่มั่นคงของชีวิต ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปรับเปลี่ยนแบบแผนการอพยพ การตั้งถิ่นฐาน ที่อยู่ การใช้พื้นที่เพื่อการผลิต และการปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจสังคม ทั้งจากแบบกึ่ง เร่ร่อนเคลื่อนย้าย (semi-nomadic) มาเป็นแบบกึ่งมั่นคงถาวร (semi-permanence) และจาก แบบกึ่ง มั่นคงถาวรมาเป็นแบบมั่นคงถาวร (permanence) ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะพยายามแสวง หาทางเลือกชีวิตที่ดีกว่าเสมอ ในวิกฤติการณ์ปัญหาครั้งแรก ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะสร้าง ความจริงของความหวังต่อพื้นที่ บนพื้นฐานอำนาจควบคุมจัดการพื้นที่ของกองกำลังติดอาวุธ ชาวลาหู่ ส่วนวิกฤติการณ์ปัญหาของชุมชนที่เกิดขึ้นในครั้งที่สอง ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะ สร้างความจริงของความหวังต่อพื้นที่บนพื้นฐานการสร้างความจริง และนิยามความหมายต่อพื้น ที่ป่าอนุรักษ์และการอนุรักษ์ เพื่อสร้างความจริงของความหวังเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิความ เป็นพลเมืองไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นที่สาม การอนุรักษ์พื้นที่ป่า ในฐานะการสร้างความจริงและนิยามความหมายต่อ พื้นที่เพื่อกำหนดตัวเองเป็นผู้กระทำ กล่าวคือ ในบริบทที่ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะถูกอำนาจ รัฐจำกัดขอบเขตแบบแผนการดำเนินชีวิต ประการแรก การอนุรักษ์พื้นที่ป่าของชาวลาหู่ชุมชนบ้าน จะกอนะเป็นการสร้างความจริงและนิยามความหมายต่อพื้นที่ป่า เพื่อปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ เชิงอำนาจ ทั้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานที่อยู่รอบข้าง และชาวไทยพื้นราบที่ ขึ้นไปสัมพันธ์กับชุมชน การปรับไหมบุคคลภายนอก ซึ่งกระทำผิดกฎระเบียบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ได้เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อความเป็นชาวลาหู่ของชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะมากขึ้น ประการ ที่สอง การอนุรักษ์พื้นที่ป่า ในฐานะการสร้างความจริงต่อพื้นที่ เพื่อสร้างความจริงให้ สอดคล้องกับความคาดหวังเชิงอุดมการของรัฐ กล่าวคือ ความคาดหวังเชิงอุดมการของรัฐคือ ชาวเขาต้องมีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ เชื่อฟังคำสั่งสอนของเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติ หน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดี ในกรณีนี้ชาวลาหู่ชุมชนบ้านจะกอนะ ได้สร้างความจริงและนิยาม ความหมายต่อพื้นที่ป่า ให้มีนัยสำคัญหมายถึงการอนุรักษ์ ซึ่งมีนัยสำคัญที่ลึกลงไปกว่านั้น คือ การสร้างความจริงเชิงอุดมการให้สอดคล้องกับความต้องการของรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงความ ขัดแย้ง หรือความไม่พึงพอใจของเจ้าหน้าที่รัฐต่อชุมชน

บรรณานุกรม :
สมบัติ บุญคำเยือง . (2540). ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมบัติ บุญคำเยือง . 2540. "ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมบัติ บุญคำเยือง . "ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
สมบัติ บุญคำเยือง . ปัญหาการนิยามความหมายของป่า และการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ : กรณีศึกษาชาวลาหู่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.