| ชื่อเรื่อง | : | การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค |
| นักวิจัย | : | พัฒนา ศรีพลากิจ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4830 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์เพรดนิโซโลน จากสารตั้งต้นไฮโดรคอร์ติโซนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค เซลล์แบคทีเรียที่เลือกใช้มี 3 ชนิดคือ Bacillus sphaericus ATCC 13805, Bacillus sphaericus SRP III และ Arthrobacter simplex ATCC 6946 โดยทำการศึกษา ปริมาณเพรดนิโซโลนที่ได้จากเซลล์อิสระเปรียบเทียบกับเซลล์ ตรึง การนำเซลล์ตรึงกลับมาใช้ใหม่ทั้งในวัฎภาคน้ำและระบบ ของเหลวสองวัฎภาค และการเพิ่มความเข้มข้นไฮโดรคอร์ติโซน ในระบบของเหลวสองวัฎภาค รวมถึงการเปลี่ยนแปลงจำนวน เซลล์ของทั้งสองระบบ จากผลการวิจัยพบว่า ในวัฎภาคน้ำนั้น จำนวนเซลล์เริ่มต้นสำหรับการตรึงมีผลต่อปริมาณเพรดนิโซโลน ที่เกิดขึ้น เซลล์ตรึง B. sphaericus ATCC 13805 และ B. sphaericus SRP III สามารถผลิตเพรดนิโซโลนได้ 91.80 และ 80.10 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าเซลล์ อิสระ 5-15 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้น A. simplex ATCC 6946 ให้ผลตรงข้าม ส่วนในระบบของเหลวสองวัฎภาคนั้น เซลล์ตรึง มีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากเซลล์อิสระมากนัก และปริมาณ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับชนิดตัวทำละลายอินทรีย์ ซึ่งพบว่า n-decane เป็นตัวทำละลายที่เหมาะสมสำหรับเซลล์ตรึง B. sphaericus ATCC 13805 และเซลล์อิสระ A. simplex ATCC 6946 ซึ่งสามารถสังเคราะห์เพรดนิโซโลนสูงสุดได้ 81.80 และ 84.40 เปอร์เซ็นต์ ที่เวลา 48 และ 6 ชั่วโมง ตามลำดับ สำหรับ butyl acetate นั้น เซลล์ตรึง B. sphaericus ATCC 13805, B. sphaericus SRP III และ A. simplex ATCC 6946 สามารถสังเคราะห์เพรดนิโซโลน สูงสุดได้ 87.60, 70.60 และ 88.30 เปอร์เซ็นต์ ที่เวลา 144, 120 และ 144 ชั่วโมง ตามลำดับ ส่วน cyclohexane หรือกลุ่มอัลกอฮอล์เช่น amyl alcohol, lauryl alcohol และ n-decyl alcohol ผลิตภัณฑ์ที่สังเคราะห์ได้จะต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์หรือไม่เกิดขึ้นเลย เมื่อนำเซลล์ตรึงกลับมาใช้ ใหม่ทั้งในวัฎภาคน้ำและระบบของเหลงสองวัฎภาคพบว่าผลิตภัณฑ์ ที่สังเคราะห์ได้จะน้อยลง 3-20 เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มความ เข้มข้นไฮโดรคอร์ติโซนหรืออัตราส่วน n-decane ในระบบของ เหลวสองวัฎภาคมีผลทำให้ปริมาณผลิตภัณฑ์ไฮโดรคอร์ติโซนที่ สังเคราะห์ได้ลดลง 2 เท่า และมีสารตั้งต้นเหลือในระบบ ในทางตรงข้ามการใช้สารตั้งต้นปริมาณน้อยกลับทำให้เกิด เพรดนิโซโลนที่สูงกว่า การเปลี่ยนแปลงของจำนวนเซลล์ แบคทีเรียในวัฎภาคน้ำแตกต่างจากในระบบของเหลวสอง วัฎภาคอย่างสิ้นเชิง วิธีการตรึงโดยใช้ calcium alginate ไม่สามารถป้องกันการหลุดออกของเซลล์ได้ เมื่อเปรียบเทียบ เซลล์แบคทีเรียตรึงทั้ง 3 ชนิดพบว่าทั้ง B. sphaericus ATCC 13805, และ A. simplex ATCC 6946 มีประสิทธิภาพใน การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนในวัฎภาคน้ำสูงกว่าในระบบของ เหลวสองวัฎภาค 5-30 เปอร์เซ็นต์ ส่วน B. sphaericus SRP III มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำกว่า ผลจากการศึกษา วิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตวัตถุดิบยาหรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
พัฒนา ศรีพลากิจ . (2539). การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พัฒนา ศรีพลากิจ . 2539. "การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พัฒนา ศรีพลากิจ . "การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. พัฒนา ศรีพลากิจ . การสังเคราะห์เพรดนิโซโลนโดยใช้เซลล์แบคทีเรียตรึงในระบบ ของเหลวสองวัฏภาค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
