| ชื่อเรื่อง | : | การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์ |
| นักวิจัย | : | สุมิตรา เวฬุวนารักษ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4754 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การนำผลการ วิจัยทางการพยาบาลไปใช้ อุปสรรคในการนำผลการวิจัยทางการ พยาบาลไปใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสรรคกับการนำผลการวิจัย ทางการพยาบาลไปใช้ และปัจจัยส่งเสริมการนำผลการวิจัยทาง การพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์ กลุ่ม ตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่เป็นผู้บริหารทางการพยาบาล 75 คน และพยาบาลประจำการ 253 คน รวมจำนวน 328 คน ซึ่ง ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบ สอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลเกี่ยวกับ การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ข้อมูลเกี่ยวกับอุปสรรค ในการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ และข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยส่งเสริมการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ได้ความ เชื่อมั่นของแบบสอบถามการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ และปัจจัยส่งเสริมการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ เท่ากับ 0.87 และ 0.97 ตามลำดับ สำหรับแบบสอบถามอุปสรรคในการ นำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ซึ่งแบ่งเป็น 4 ลักษณะ คือ ลักษณะของพยาบาล ลักษณะขององค์กร ลักษณะของงานวิจัยทาง การพยาบาล และลักษณะของการสื่อสารและนำเสนองานวิจัยทาง การพยาบาล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.83, 0.78, 0.74 และ 0.70 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การ แจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบสองทาง และการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้บริหารทางการพยาบาลและพยาบาลประจำการ มี การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้อยู่ในระดับปานกลาง (x=2.66 และ 2.36) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของ การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ พบว่า แตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยผู้บริหารทางการพยาบาลมี การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้สูงกว่าพยาบาลประจำการ 2. ผู้บริหารทางการพยาบาลและพยาบาลประจำการ พบ อุปสรรคในการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ทั้ง 4 ลักษณะ อยู่ในระดับปานกลาง ผลการเปรียบเทียบอุปสรรคในการนำผลการ วิจัยทางการพยาบาลไปใช้ระหว่างผู้บริหารทางการพยาบาลกับ พยาบาลประจำการ พบว่า อุปสรรคด้านลักษณะของพยาบาล ลักษณะของงานวิจัยทางการพยาบาล และลักษณะของการสื่อสาร และนำเสนองานวิจัยทางการพยาบาลไม่แตกต่างกัน แต่อุปสรรค ด้านลักษณะขององค์กรแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพยาบาลประจำการพบอุปสรรคด้านลักษณะขององค์กร สูงกว่าผู้บริหารทางการพยาบาล (x=2.77 และ 2.59) ตามลำดับ 3. อุปสรรคในการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ด้านลักษณะของพยาบาล และลักษณะขององค์กร มีความสัมพันธ์ ทางลบกับการนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาล วิชาชีพ และความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ (r=-.18 p<.001 และ r=-.17 p<.01) ตามลำดับ 4. ค่าเฉลี่ยของคะแนนปัจจัยส่งเสริมการนำผลการวิจัย ทางการพยาบาลไปใช้ที่สูงที่สุด ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ทางการพยาบาล ได้แก่ การที่พยาบาลมีความรู้ในการประเมิน ผลงานวิจัยและความสามารถการนำผลการวิจัยทางการพยาบาล ไปใช้อย่างเหมาะสม ส่วนค่าเฉลี่ยคะแนนปัจจัยส่งเสริมการนำ ผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ที่สูงที่สุด ตามความคิดเห็นของ พยาบาลประจำการ ได้แก่ การที่พยาบาลค้นหาและวิเคราะห์ ปัญหาที่พบจากการปฏิบัติงาน |
| บรรณานุกรม | : |
สุมิตรา เวฬุวนารักษ์ . (2539). การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุมิตรา เวฬุวนารักษ์ . 2539. "การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุมิตรา เวฬุวนารักษ์ . "การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. สุมิตรา เวฬุวนารักษ์ . การนำผลการวิจัยทางการพยาบาลไปใช้ ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
