ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์
นักวิจัย : นิมิตร เดชสกุลรัตน์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4668
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อ การถ่ายเทสารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ ของข้าวบาร์เลย์ ดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 - เมษายน 2539 ที่แปลงทดลองภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อที่จะทราบถึงประสิทธิภาพของการ ถ่ายเทสารสังเคราะห์ระหว่างส่วนเติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ รวมทั้งความแปรปรวนของเสถียรภาพการให้ผลผลิตของข้าว บาร์เลย์พันธุ์ บรบ. 2 และ บรบ.9 ในสภาพที่มีการเตรียม ดินและมีวันปลูกที่แตกต่างกัน วางแผนการทดลองแบบ Split- split มี 2 ซ้ำ โดยกำหนดให้วิธีการเตรียมดินเป็น main plot คือการไถพรวนด้วยจอบหมุนและไม่มีการไถพรวน พันธุ์ บรบ.2 และ บรบ.9 เป็น sub-plot สำหรับวันปลูกที่ 15 พฤศจิกายน วันที่ 29 พฤศจิกายน และวันที่ 13 ธันวาคม เป็น sub-sub plot ผลการทดลองพบว่าการเจริญเติบโตของส่วนต่างๆ และ ประสิทธิภาพการถ่ายเทสารสังเคราะห์ของข้าวบาร์เลย์ทั้งสอง พันธุ์ที่ปลูกในแปลงที่มีการเตรียมดินที่แตกต่างกันนั้น มีอัตราการ เจริญเติบโตแต่ละส่วน (ใบ, ต้น, รวง, เมล็ด และรวมของ ส่วนต่างๆ) ใกล้เคียงกัน ข้าวบาร์เลย์พันธุ์ บรบ.2 ที่ปลูกใน วันที่ 29 พฤศจิกายนในแปลงที่ไม่ไถพรวนจะมีอัตราการสะสม น้ำหนักเมล็ดสูงสุดถึง 17.21 กรัม/ม(2)/วัน จากการวิเคราะห์ หาประสิทธิภาพของการถ่ายเทสารสังเคราะห์ไปสู่ ใบ, ลำต้น, รวง และเมล็ดของข้าวบาร์เลย์ทั้งสองพันธุ์พบว่าประสิทธิภาพ ของการถ่ายเทสารสังเคราะห์ในแปลงที่ไม่มีการไถพรวนจะสูง กว่าแปลงที่มีการไถโดยเฉพาะพันธุ์ บรบ.2 ที่ปลูกในวันที่ 29 พฤศจิกายน จะมีประสิทธิภาพของการถ่ายเทสารสังเคราะห์ไป สร้างเมล็ดได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับการ ปลูกในแปลงที่มีการไถพรวนซึ่งมีประสิทธิภาพการถ่ายเทสาร สังเคราะห์เพียง 73 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพันธุ์ บรบ.9 ที่ปลูกใน วันที่ 13 ธันวาคมจะมีประสิทธิภาพของการถ่ายเทสารสังเคราะห์ ไปสร้างเมล็ดสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ในแปลงที่ไม่มีการไถพรวน และมีประสิทธิภาพเพียง 78 เปอร์เซ็นต์ในแปลงที่มีการไถ สำหรับจำนวนต้นต่อพื้นที่, ความสูง, ดัชนีพื้นที่ใบ และผลผลิต เฉลี่ยของข้าวบาร์เลย์ทั้งสองพันธุ์ที่ปลูกในแปลงที่มีการ ไถพรวนและไม่ไถ ตลอดจนมีวันปลูกที่แตกต่างกันนั้นไม่พบว่า มีความแตกต่างกันในทางสถิติ โดยที่ผลผลิตเฉลี่ยของข้าว บาร์เลย์ทั้งสองพันธุ์ที่ปลูกในแปลงที่มีการไถพรวนและไม่ไถ จะเท่ากับ 194 และ 192 กก./ไร่ ข้าวบาร์เลย์พันธุ์ บรบ.2 ได้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด (246 กก./ไร่) เมื่อปลูกในวันที่ 29 พฤศจิกายน ส่วนพันธุ์ บรบ.9 ได้ผลผลิตสูง (208 กก./ไร่) เมื่อปลูกในวันที่ 13 ธันวาคม สำหรับองค์ประกอบผลผลิตนั้น พบว่าวิธีการเตรียมดินและพันธุ์ไม่มีอิทธิพลต่อจำนวนรวงต่อ พื้นที่แต่อย่างใดแต่จะมีผลต่อจำนวนเมล็ดต่อรวง และน้ำหนัก ของเมล็ด ซึ่งพบว่าการปลูกข้าวบาร์เลย์ในแปลงที่ไม่มีการ ไถพรวนจะให้จำนวนเมล็ดต่อรวง และน้ำหนัก 1000 เมล็ด ที่มากกว่า

บรรณานุกรม :
นิมิตร เดชสกุลรัตน์ . (2539). ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิมิตร เดชสกุลรัตน์ . 2539. "ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิมิตร เดชสกุลรัตน์ . "ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
นิมิตร เดชสกุลรัตน์ . ผลกระทบของการเตรียมดินและวันปลูกที่มีต่อการถ่ายเท สารสังเคราะห์ระหว่างส่วนที่เติบโตกับส่วนเจริญพันธุ์ของ ข้าวบาร์เลย์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.