ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย
นักวิจัย : ดรุณี นาพรหม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4490
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาพันธุ์ถั่วเหลือง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ ปริมาณสารคล้ายไซโตไคนิน โดยวิธี soybean hypocotyl bioassay ทำการทดลองที่ห้องปฏิบัติการ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วางแผนการทดลองแบบ 3x4 แฟคทอเรียล ในสุ่มสมบูรณ์ 5 ซ้ำ โดยมีปัจจัยที่ 1 คือ พันธุ์ถั่วเหลือง 3 พันธุ์ ได้แก่ สจ.5 สจ.4 และเชียงใหม่ 60 ปัจจัยที่ 2 คือ ความเข้มข้นของไคเนติน 4 ระดับ ได้แก่ 5x10(-5), 5x10(-4), 5x10(-3) และ 5x10(-2) สตล. โดยหนึ่งหน่วยการทดลองคือ hypocotyl 6 ชิ้น ผลการทดลอง พบว่า น้ำหนักสดของ hypocotyl เพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้น ของไคเนตินเพิ่มขึ้นจาก 5x10(-5) ถึง 5x10(-2) และพบว่า ถั่วเหลืองพันธุ์ สจ.5 ตอบสนองต่อความเข้มข้นของไคเนติน ได้ดีกว่าพันธุ์ สจ.4 และเชียงใหม่ 60 นอกจากนี้ยังพบว่า พันธุ์ และความเข้มข้นของไคเนตินมีปฏิกิริยาร่วมกัน เมื่อ พันธุ์แตกต่างกัน การตอบสนองต่อไคเนตินก็แตกต่างกันไปด้วย ผลการวิเคราะห์ standard curve พบช่วงที่เป็น linear ระหว่าง 5x10(-5) ถึง 5x10(-2) สตล. เมื่อวิเคราะห์ สมการเส้นตรง (linear regression) พบว่า Y=-0.031426+0.000963X (P < 0.0000) โดยที่ Y คือ ความเข้มข้นของไคเนติน (สตล.) X คือ น้ำหนักสด hypocotyl (มก.) ซึ่งมีค่าระหว่าง 32.685 ถึง 84.555 มก. การหาตำแหน่ง Rf ที่มี activity ของสารคล้ายไซโต ไคนิน วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ มี 11 วิธีการ ใช้ Rf 0.0-1.0 เป็นวิธีการ ทำ 5 ซ้ำ โดยหนึ่งหน่วยการทดลองคือ hypocotyl 6 ชิ้น ผลการทดลองพบ activity ของไซโตไคนิน Rf 0.1 และ 0.6-0.9 ซึ่งมีปริมาณไซโตไคนินเท่ากับ 7.8, 4.31, 0.09, 13.5 และ 4.4 ng. kinetin equivalent/gram fresh weight ตามลำดับ การศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินใน ช่วงก่อนการออกดอกและแตกใบอ่อนของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย ใช้ต้นลิ้นจี่อายุประมาณ 8 ปี ที่สวนลิ้นจี่ สถานีพัฒนา ที่ดินเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำการทดลอง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2537 ถึง เดือนตุลาคม พ.ศ.2538 วางแผนการทดลองแบบ 4x3 แฟคทอเรียล ในสุ่มสมบูรณ์ ปัจจัย ที่ 1 คือ จำนวนสัปดาห์ก่อนการออกดอกหรือแตกใบอ่อน มี 4 ระดับ ได้แก่ 3, 5, 7 และ 9 สัปดาห์ ปัจจัยที่ 2 คือ ชนิดของยอด มี 3 ชนิด ได้แก่ ยอดที่ออกดอก (reproductive shoot) ยอดที่แตกใบอ่อน (vegetative shoot) และ ยอดที่ ออกดอกปนแตกใบอ่อน (mixed shoot) ผลการทดลองพบว่าปริมาณ สารคล้ายไซโตไคนินเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนออกดอกและแตกใบอ่อน โดยจะมีปริมาณต่ำในสัปดาห์ที่ 9 ก่อนการออกดอกและแตกใบ อ่อน และปริมาณเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ 7 ในขณะที่ปริมาณจะ คงที่ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 5 และจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งใน สัปดาห์ที่ 3 ก่อนการออกดอกและแตกใบอ่อน นอกจากนี้ยัง พบว่า จำนวนสัปดาห์ก่อนการออกดอก หรือ แตกใบอ่อน และ ชนิดของยอดมีปฏิกิริยาร่วมกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อจำนวน สัปดาห์เปลี่ยนไป ชนิดของยอดก็จะมีปริมาณไซโตไคนินแตกต่าง กัน โดยที่ต้นที่มีการออกดอกจะมีปริมาณไซโตไคนินน้อยกว่า ต้นที่แตกใบอ่อน และต้นที่มีการออกดอกปนแตกใบอ่อนซึ่งมี ปริมาณไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
ดรุณี นาพรหม . (2538). การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดรุณี นาพรหม . 2538. "การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดรุณี นาพรหม . "การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
ดรุณี นาพรหม . การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารคล้ายไซโตไคนินในช่วงก่อนการออก ดอกของยอดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.