| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบผลการตรวจหพบภาวะการสร้างแก๊สไฮโดรเจนผิดปกติ จากการตรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนจากลมหายใจออกหลังรับประทานกลูโคสเทียบกับแลคทูโลสซึ่งทำร่วมกับการตรวจติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กด้วยสารรังสี |
| นักวิจัย | : | ถิรทัย เตรีกุล |
| คำค้น | : | SMALL BOWEL BACTERIAL OVERGROWTH , HYDROGEN BREATH TEST , OROCECAL TRANSIT STUDY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001506 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~b~uความสำคัญและที่มา~u~b : การตรวจวิเคราะห์แก็สไฮโดรเจนในลมหายใจออกโดยใช้น้ำตาลกลูโคสและแลคทูโลสเป็นการทดสอบที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีตรวจทางอ้อมในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีภาวะแบคทีเรียก่อตัวเพิ่มปริมาณมากผิดปกติในลำไส้เล็ก อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปว่าน้ำตาลชนิดใดจะเป็นสารทดสอบที่ดีกว่ากัน ~b~uระเบียบวิธีวิจัย~u~b : ผู้ป่วย 39 รายที่สงสัยว่าจะมีภาวะแบคทีเรียก่อตัวเพิ่มปริมาณมากผิดปกติในลำไส้เล็กได้เข้ารับการตรวจวิเคราะห์แก็สไฮโดรเจนในลมหายใจออกภายหลังจากรับประทานน้ำตาลกลูโคส 50 กรัม หรือแลคทูโลส 10 กรัม ที่ให้ร่วมกับสารรังสี Tc 99m phytate ห่างกันเป็นเวลา 7 วัน โดยได้รับการเลือกให้รับประทานน้ำตาลชนิดใดก่อนอย่างสุ่ม ผู้ป่วยจะได้รับการเก็บตัวอย่างลมหายใจก่อนทำการทดสอบ และหลังจากนั้นทุกๆ 15 นาทีร่วมกับการถ่ายภาพรังสีติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้ไปจนสารทดสอบที่รับประทานไปถึงยังลำไส้ใหญ่ นิยามของผลบวกจากการตรวจวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนคือมีค่าความเข้มข้นของแก๊สสูงขึ้นอย่างน้อย 10 ส่วนในหนึ่งล้านส่วน ณ เวลาที่ก่อนที่สารทดสอบจะไปถึงยังลำไส้ใหญ่ orocecal transit time คือเวลาที่สารทดสอบเดินทางจากปากถึงลำไส้ใหญ่ ~b~uผลการวิจัย~u~b : (แสดงข้อมูลเป็นค่า mean(+,ฑ)SEM) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการตรวจวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนครบทั้งสองครั้ง ระยะเวลาในการเดินทางของสารทดสอบจากปากถึงลำไส้ใหญ่จากการทดสอบโดยใช้กลูโคสมีค่าเท่ากับ 192.31 (+,ฑ) 16 นาที ศซึ่งมีค่ายาวกว่าจากการตรวจจสอบด้วยแลคทูโลส(63(+,ฑ)5 min) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.01 ผู้ป่วย 10 รายให้ผลบวกจากการตรวจสอบด้วยกลูโคสและมีจำนวน 4 ราย ที่ให้ผลบวกจากแลคทูโลส (p=0.15) มีผู้ป่วยหนึ่งรายที่ให้ผการทดสอบเป็นบวกในการทดสอบทั้งสอง ในจำนวนผู้ป่วยที่ให้ผลการทดสอบเป็นบวกนั้นมีถึง 13 รายที่ให้ผลบวกเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของเวลาที่สารทดสอบเดินทางจากปากไปถึงลำไส้ใหญ่ยาวกกว่าในกลุ่มที่ให้ผลลบทั้งในกรณีที่ใช้สารทดสอบเป็นกลูโคสและแลคทูโลส อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่าเป็น 259(+,ฑ)16.7 นาที vs 169.1(+,ฑ)14.3 นาทีสำหรับกลูโคสและ 105(+,ฑ)7.1 นาที vs 58.2(+,ฑ)4.8 นาที p>0.05 ตามลำดับ ~b~uสรุป~u~b : การวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนในลมหายใจออกโดยใช้น้ำตาลกลูโคสน่าจะมีแนวโน้มที่มีความไวมากกว่าการใช้น้ำตาลแลคทูโลส อย่างไรก็ตามกลูโคส 50 กรัม ไม่สามารถที่จะตรวจพบแบคทีเรียที่ก่อตัวเพิ่มปริมาณมากผิดปกติในลำไส้เล็กส่วนปลายได้ แม้ว่าแลคทูโลสจะสามารถตรวจพบภาวะดังกล่าวในลำไส้เล็กส่วนปลายได้แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ให้ผลบวกจากการตรวจด้วยกลูโคสได้ จึงเป็นข้อสนับสนุนสมมติฐานที่ว่าแลคทูโลสอาจจะไม่สามารถถูกย่อยสลายได้โดยแบคทีเรียในผู้ป่วยบางราย |
| บรรณานุกรม | : |
ถิรทัย เตรีกุล . (2548). การเปรียบเทียบผลการตรวจหพบภาวะการสร้างแก๊สไฮโดรเจนผิดปกติ จากการตรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนจากลมหายใจออกหลังรับประทานกลูโคสเทียบกับแลคทูโลสซึ่งทำร่วมกับการตรวจติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กด้วยสารรังสี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ถิรทัย เตรีกุล . 2548. "การเปรียบเทียบผลการตรวจหพบภาวะการสร้างแก๊สไฮโดรเจนผิดปกติ จากการตรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนจากลมหายใจออกหลังรับประทานกลูโคสเทียบกับแลคทูโลสซึ่งทำร่วมกับการตรวจติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กด้วยสารรังสี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ถิรทัย เตรีกุล . "การเปรียบเทียบผลการตรวจหพบภาวะการสร้างแก๊สไฮโดรเจนผิดปกติ จากการตรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนจากลมหายใจออกหลังรับประทานกลูโคสเทียบกับแลคทูโลสซึ่งทำร่วมกับการตรวจติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กด้วยสารรังสี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ถิรทัย เตรีกุล . การเปรียบเทียบผลการตรวจหพบภาวะการสร้างแก๊สไฮโดรเจนผิดปกติ จากการตรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนจากลมหายใจออกหลังรับประทานกลูโคสเทียบกับแลคทูโลสซึ่งทำร่วมกับการตรวจติดตามการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กด้วยสารรังสี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
