ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย
นักวิจัย : ชวลิต ขาวเขียว
คำค้น : GEOARCHAEOLOGY , THAM LOD ROCKSHELTER
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000973
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ความรู้ทางด้านธรณีวิทยาและเทคนิควิธีการต่าง ๆเข้ามาช่วยในการแปลความหมายหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี มีจุดมุ่งหมาย 2 ประการคือ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลำดับชั้นตะกอน (ชั้นทับถมทางโบราณคดี) กับหลักฐานข้อมูลจากการขุดค้นทางโบราณคดี และประเมินการเลือกใช้พื้นที่และทรัพยากรของมนุษย์ในอดีต ลำดับชั้นทับถมของตะกอนจากหลุมขุดค้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 หน่วยจาก 3 ช่วงเวลาโดยอาศัยลักษณะเนื้อตะกอน โครงสร้างตะกอน องค์ประกอบทางเคมี การเทียบเคียงลำดับชั้นทับถมแต่ละหลุมขุดค้น ค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ คือ 1. หน่วย A ช่วงสมัยไพลสโตซีนตอนปลายก่อนที่มนุษย์จะเข้ามาใช้พื้นที่ (ก่อน 32,000 ปีมาแล้ว) เป็นการทับถมที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติซึ่งชั้นล่างสุดเป็นชั้นทับถมของ lateritic soil ปิดทับด้วยชั้นกรวดแม่น้ำบริเวณพื้นที่ขุดค้นที่ 1 แสดงถึงทางน้ำเก่าเคยไหลผ่านบริเวณดังกล่าว 2. หน่วย B ช่วงสมัยไพลสโตซีนตอนปลายที่มนุษย์ได้เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวแล้ว (32,000-10,000 ปีมาแล้ว)ลักษณะการทับถมค่อนข้างจะซับซ้อนโดยจะพบการแทรกสลับไปมาระหว่างชั้นทับถมที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์และธรรมชาติ โดยชั้นทับถมที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์จะเป็นชั้นทับถมค่อนค้างหนามีความเป็นเนื้อเดียวกันของตะกอนสูง สามารถแยกชั้นนี้ได้โดยตรงจากหลักฐานโบราณคดีที่พบเป็นหลัก ส่วนชั้นทับถมจากธรรมชาติจะเป็นชั้นทับถมของหินปูนถล่ม มีลักษณะเป็นเลนส์และการเอียงเทอย่างชัดเจน พบเศษแตกหักของหินปูนหลายขนาดปะปนกันไป การถล่มลงมาของหินปูนสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเกิดมาจากธรณีแปรสัณฐานยุคใหม่หรือการเกิดแผ่นดินไหวในอดีต 3. หน่วย C ช่วงสมัยไพลสโตซีนตอนต้นถึงตอนกลาง (10,000 - 2,900 ปีมาแล้ว)ชั้นทับถมนี้พบในพื้นที่ขุดค้นที่ 2 และ 3 ซึ่งมีความแตกต่างจาก หน่วย B หน่วยนี้เป็นการทับถมของตะกอนที่เกิดจากน้ำท่วมในอดีต โดยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสีของดิน ปริมาณของอินทรียวัตถุในดินและแร่ดินเหนียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง montmorillonite สูงขึ้นอย่างชัดเจนและ 4. หน่วย D ช่วงสมัยโฮโลซีนตอนปลาย (2,900 ปีมาแล้วถึงปัจจุบัน) เป็นชั้นทับถมของชั้นดินบนสุด ผลการศึกษาข้างต้น ซึ่งนำมาเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่เลือกสุ่มวิเคราะห์ตัวอย่างโบราณวัตถุบางบริเวณ สามารถแบ่งชั้นทับถมทางวัฒนธรรมและการใช้พื้นที่นี้ในอดีตได้เป็น 4 ระยะคือ ระยะที่ 1 ช่วงแรกในสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย (ประมาณ 32,000-14,000 ปีมาแล้ว) พบหลักฐานทางโบราณคดีประเภทเครื่องมือหินและเศษกระดูกสัตว์เป็นจำนวนมากมนุษย์มีการตั้งถิ่นฐานแบบสังคมเก็บของป่าล่าสัตว์ ใช้พื้นที่เพิงผาสำหรับอยู่อาศัยประกอบอาหารและทิ้งขยะ ระยะที่ 2 ช่วงที่ 2 ในสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย (ประมาณ 13,000 - 10,000 ปีมาแล้ว) การดำรงชีพของมนุษย์คล้ายคลึงกับช่วงไพลสโตซีนตอนปลายช่วงที่ 1 คือเป็นสังคมที่ยังคงเก็บของป่าล่าสัตว์แต่ในระยะนี้พบหลักฐานเกี่ยวกับการฝังศพ ระยะที่ 3 สมัยโฮโลซีนตอนต้นถึงโฮโลซีนตอนกลาง (ประมาณ 9,800 ถึง 2,900 ปีมาแล้ว) หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในระยะนี้ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาขนาดเล็กรูปร่างกลม เศษลูกปัด เศษกระดูกสัตว์ชิ้นเล็ก ๆค่อนข้างผุ สันนิษฐานว่าหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในระยะที่ 3 นี้ อาจถูกพัฒนามาโดยการกระทำของน้ำหรือเป็นการทับถมที่เกิดจากน้ำท่วม ทำให้ยากแก่การแยกชั้นทับถมที่แน่นอนได้ระยะที่ 4 สมัยโฮโลซีนตอนปลาย (ประมาณ 2,900 ปีมาแล้วถึงปัจจุบัน) พบโบราณวัตถุ เช่นเศษภาชนะดินเผา ลูกปัดแก้ว ลูกปัดดินเผา ปะปนกับสิ่งของต่าง ๆ ที่พบในปัจจุบัน ซึ่งเป็นชั้นทับถมที่อยู่บนสุด

บรรณานุกรม :
ชวลิต ขาวเขียว . (2547). ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชวลิต ขาวเขียว . 2547. "ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชวลิต ขาวเขียว . "ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
ชวลิต ขาวเขียว . ธรณีโบราณคดี ของพื้นที่เพิงผาถ้าลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.