ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม
นักวิจัย : สุปรีดา หอมกลิ่น
คำค้น : TRIHALOMETHANE , FRACTIONATION , ALUM COAGULATION , HYDROPHILIC , HYDROPHOBIC
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000315
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมในการกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำในน้ำดิบโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม เพื่อหาโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำกับสารคลอรีน และเพื่อหาการลดลงของโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนเนื่องจากการลดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ ในการศึกษาครั้งนี้ได้นำกระบวนการเรซิ่นแฟรกชั่นเนชั่นโดย DAX-8 เรซิ่นมาใช้แยกสารอินทรีย์ละลายน้ำออกเป็นสองชนิดคือสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ โดยเก็บตัวอย่างน้ำจาก 3 แหล่ง คือ อ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เชื่อนแม่กวง และแม่น้ำแม่สา จากผลการศึกษาพบว่า การโคแอกกูเลชั่นที่ ค่า pHเท่ากับ 5.5 และ ความเข้มของสารส้มเท่ากับ 60 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ลิตร) pH เท่ากับ6.0 และ ความเข้มของสารส้มเท่ากับ 40 มก./ลิตร และ pH เท่ากับ 6.0 และความเข้มของสรส้มเท่ากับ 40 มก./ลิตร เป็นสภาวะที่เหมาะสมในการกำจัดสารอินทรีย์ในน้ำจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เขื่อนแม่กวง และแม่น้ำแม่สา ตามลำดับ โดยสภาวะดังกล่าวสามารถลดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ ในน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เขื่อนแม่กวงและแม่น้ำแม่สา ได้ 33.0 และ 79.6 เปอร์เซ็นต์, 27.6 และ 50.2 เปอร์เซ็นต์, และ50.9 และ 79.9 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ค่าโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เขื่อนแม่กวง และแม่น้ำแม่สา มีค่าเท่ากับ 403.12, 235.87 และ112.36 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำดับ นอกจากนี้ค่าโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนที่เกิดจากสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เขื่อนแม่กวงและแม่น้ำแม่สา มีค่าเท่ากับ 162.30, 124.61, และ 77.0 ไมโครกรัมต่อลิตา ตามลำดับสำหรับค่าโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนที่เกิดจากสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดไม่ชอบน้ำจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เชื่อมแม่กวง และแม่น้ำแม่สา มีค่าเท่ากับ 275.09, 156.82,และ 62.58 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำดับ การโคแอกกูเลชั่นที่สภาวะที่เหมาะสมสามารถลดค่าโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนจากสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดไม่ชอบน้ำจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว,เขื่อนแม่กวง และแม่น้ำแม่สา ได้ 68.5, 35.4, และ 43.1 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยสภาวะดังกล่าวสามารถลดค่าโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนจากสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำจากอ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว, เขื่อนแม่กวง และแม่น้ำแม่สา ได้ 43.1 22.7และ 25.7 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และจากการศึกษาพบว่า ลักษณะสัณญาณ EEMs สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อจำแนกชนิดของสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำได้ โดยการวิเคราะห์ตำแหน่งของ peak และ fluorescent intensities ในลักษณะสัณญาณ EEM ของสารอินทรีย์ละลายน้ำทั้งสองชนิด

บรรณานุกรม :
สุปรีดา หอมกลิ่น . (2547). การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปรีดา หอมกลิ่น . 2547. "การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุปรีดา หอมกลิ่น . "การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
สุปรีดา หอมกลิ่น . การกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำชนิดชอบน้ำและไม่ชอบน้ำธรรมชาติโดยการโคแอกกูเลชั่นด้วยสารส้ม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.