ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
นักวิจัย : พจนารถ พนัสขาว
คำค้น : LAND USE , KINDERGARTEN , COMMON AREA , LARGE SIZED - HOUSING PROJECT , THANYABURI DISTRICT , PATHUM THANI PROVINCE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000741
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันนี้พบว่า ที่ดินที่กันไว้เพื่อเป็นที่ตั้งโรงเรียนอนุบาลในโครงการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่หลายแห่ง ถูกบุกรุกและปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการต่างประสบปัญหา อาทิเช่น เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วกฏหมายระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ที่ต้องดูแลและจัดการให้เรียบร้อย หรือจนกว่าจะยกเลิกนิติบุคคลโครงการจัดสรร หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ การปล่อยปละละเลยดังกล่าวอาจจะเกิดทั้งจากความไม่พร้อม ความกลัวหรือความไม่รู้ของผู้ประกอบการ ว่าที่ดินที่ถูกกำหนดไว้เพื่อเป็นโรงเรียนอนุบาลนั้นจะสามารถใช้ประโยชน์อื่นใดได้บ้าง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์ของแปลงที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาล ในโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ และเสนอแนวทางในการใช้ประโยชน์แปลงที่ดินที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นโรงเรียนอนุบาล ในโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ให้ตรงตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการที่มีพื้นที่ที่กันไว้เป็นโรงเรียนอนุบาล ในกรณีที่ไม่สามารถจัดสร้างได้ ให้สามารถใช้ประโยชน์สำหรับเป็นบริการสาธารณะส่วนรวมในโครงการได้หลากหลายลักษณะ และอาจลดปัญหาอันตรายอันเกิดจากการปล่อยรกร้างในพื้นที่ รวมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการให้สามารถสร้างBrand Awareness ให้แก่กลุ่มลูกค้าอันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทางการตลาดของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ได้เลือกกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาในเขตอำเภอธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขออนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการขนาดใหญ่มากที่สุด ผลการวิจัยพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีทั้งโครงการที่ใช้ประโยชน์เป็นโรงเรียนอนุบาลตามที่ระบุไว้ในผังโครงการที่ขออนุญาต และไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อเป็นโรงเรียนอนุบาล ในลักษณะหลังนั้น ได้สำรวจพบโครงการใน 2 ลักษณะ คือ โครงการที่จัดสร้างบริการสาธารณะอื่นแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดให้เป็นสวนสาธารณะในโครงการ และโครงการที่ไม่จัดสร้างบริการสาธารณะใด ๆ โดยปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวรกร้างว่างเปล่าและก่อปัญหาต่อชุมชน จากผลการศึกษาสามารถสรุปประเด็นที่ค้นพบได้เป็น 4 ลักษณะ ดังนี้ คือ1. ทางด้านกายภาพ ในแปลงที่ดินที่ไม่สามารถสร้างเป็นโรงเรียนอนุบาลได้นั้น ส่วนใหญ่พบว่าเพราะแปลงที่ดินดังกล่าวอยู่ตอนท้ายของผังโครงการ 2. ทางด้านราคา พบว่าโครงการในระดับราคาสูง จะมีโอกาสในการสร้างโรงเรียนอนุบาลหรือให้บริการสาธารณะอื่นได้มากกว่าโครงการในระดับราคาต่ำ 3. ทางด้านผู้ประกอบการ พบว่าผู้ประกอบการที่มีการพัฒนาโครงการต่อเนื่องจะมีความรับผิดชอบในการสร้างโรงเรียนอนุบาลหรือบริการสาธารณะอื่นทดแทนและ 4. ทางด้านการดูแลชุมชน พบว่าโครงการที่มีคณะกรรมการหมู่บ้านหรือผู้ประกอบการดูแล จะมีการจัดบริการสาธารณะ และดูแลบริการนั้น ๆ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยมากกว่าโครงการที่ไม่มีคณะกรรมการหมู่บ้าน จากผลการศึกษาดังกล่าวนำมาซึ่งความหมายของคำว่า "บริการสาธารณะ" ที่ผู้ประกอบการจะสามารถจัดให้มีแทนการจัดสร้างโรงเรียนอนุบาลหากไม่สามารถดำเนินการได้ว่าการบริการสาธารณะนั้นผู้ประกอบการจะจัดดำเนินการให้เป็นในลักษณะใดก็ได้ที่เป็นประโยชน์และเป็นที่ต้องการของคนในชุมชน

บรรณานุกรม :
พจนารถ พนัสขาว . (2546). การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนารถ พนัสขาว . 2546. "การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนารถ พนัสขาว . "การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
พจนารถ พนัสขาว . การใช้ที่ดินซึ่งกำหนดไว้เป็นโรงเรียนอนุบาลเพื่อประโยชน์ในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.