| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินเปรียบเทียบระบบถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกกับระบบแบบดั้งเดิมสำหรับกระบวนการไนติฟิเคชั่นของน้ำทะเล |
| นักวิจัย | : | นุชจรี ราศรีเกรียงไกร |
| คำค้น | : | INTERNAL LOOP AIRLIFT BIOREACTOR , FLUIDIZED BED AIRLIRTNITRIFICATION , CLOSED RECIRCULATING SEAWATER SYSTEM |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000281 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ศึกษาถึงประสิทธิภาพของตัวกรองชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับกระบวนการไนตริฟิเคชัน โดยตัวกรองที่ศึกษาประกอบไปด้วย ถังปฏิกรณ์แบดนิ่ง ถังปฏิกรณ์แบดนิ่งแบบอากาศยก และถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยก นอกจากนี้ยังได้ศึกษาการทำงานของตัวกรองแบบไหลหยดซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันทั่วไปสำหรับปฏิกิริยาไนตริฟิเคชั่นเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับตัวกรองแบบอื่นๆ งานในส่วนแรกเป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางด้านอุทกพลศาสตร์และการถ่ายเทมวลสารระหว่างวัฏภาคของเหลวและก๊าซในตัวกรองเหล่านี้ และพบว่าค่าสัดส่วนก๊าซในระบบทุกระบบจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณก๊าซที่ป้อน โดยในระบบเบดนิ่งจะให้ค่าสัดส่วนก๊าซและสัมประสิทธิ์การถ่ายเทมวลระหว่างวัฏภาคของเหลวและก๊าซสูงที่สุด ในขณะที่ถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกได้ประสิทธิภาพที่ต่ำที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากสภาวะการทำงานของตัวกรองนี้ยังไม่เหมาะสมกับการเกิดสภาวะฟลูอิดไดซ์ และยังสังเกตุเห็นสภาวะที่แพ็คกิ้งเกาะตัวกัน เป็นสาเหตุทำให้มีค่าความดันลดสูง ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ผิวในการถ่ายเทมวลสารระหว่างวัฏภาคของเหลวและก๊าซลดลง นอกจากนี้ฟองก๊าซจะถูกขังในแพ็คกิ้งที่เกาะตัวกันเหล่านี้ และรวมตัวกันเป็นฟองขนาดใหญ่ จึงทำให้มีความเร็วสูงและออกไปจากระบบอย่างรวดเร็ว ทำให้มีค่าสัดส่วนของก๊าซน้อย ในขณะที่ระบบอื่นๆ ที่ทำการศึกษาฟองก๊าซที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็กกว่าระบบนี้อย่างเห็นได้ชัด ในบางกรณีศึกษาที่มีสภาวะการดำเนินงานเหมาะสมกับการเกิดฟลูอิดไดซ์ ระบบฟลูอิดไดซ์เบดจะให้พฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับถังปฏิกรณ์เบดนิ่งแบบอากาศยก ถังปฏิกรณ์เบดนิ่งแบบอากาศยกมีประสิทธิภาพในการกำจัดแอมโมเนียสูงที่สุดแต่ระบบเบดนิ่งจะให้ค่าประสิทธิภาพที่ดีสม่ำเสมอกว่า โดยอัตราการบำบัดแอมโมเนียจะมีค่าค่อนข้างดีสำหรับทุกสภาวะการดำเนินการ ส่วนประสิทธิภาพของระบบฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกมีค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายปัจจัย ดังนี้ ที่ค่า A(,d)/A(,r) ต่ำๆ ระบบมีประสิทธิภาพในการกำจัดแอมโมเนียน้อยมาก เนื่องจากระบบไม่สามารถอยู่ในสภาวะฟลูอิดไดซ์ได้เต็มที่ในช่วงค่าความเร็วหอเปล่าของก๊าซที่ใช้ในงานวิจัยนี้ ในกรณีที่ค่า A(,d)/A(,r) สูงขึ้นระบบฟลูอิดไดซ์มีสภาวะการทำงานที่ดีขึ้น ทำให้ค่าประสิทธิภาพในการบำบัดแอมโมเนียสูงขึ้นด้วย แต่ค่าประสิทธิภาพการบำบัดแอมโมเนียของถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกที่ค่า A(,d)/A(,r) สูงยังมีค่าต่ำกว่าถังปฏิกรณ์เบดนิ่งแบบอากาศยกที่ A(,d)/A(,r) ต่ำ |
| บรรณานุกรม | : |
นุชจรี ราศรีเกรียงไกร . (2546). การประเมินเปรียบเทียบระบบถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกกับระบบแบบดั้งเดิมสำหรับกระบวนการไนติฟิเคชั่นของน้ำทะเล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นุชจรี ราศรีเกรียงไกร . 2546. "การประเมินเปรียบเทียบระบบถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกกับระบบแบบดั้งเดิมสำหรับกระบวนการไนติฟิเคชั่นของน้ำทะเล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นุชจรี ราศรีเกรียงไกร . "การประเมินเปรียบเทียบระบบถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกกับระบบแบบดั้งเดิมสำหรับกระบวนการไนติฟิเคชั่นของน้ำทะเล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. นุชจรี ราศรีเกรียงไกร . การประเมินเปรียบเทียบระบบถังปฏิกรณ์ฟลูอิดไดซ์เบดแบบอากาศยกกับระบบแบบดั้งเดิมสำหรับกระบวนการไนติฟิเคชั่นของน้ำทะเล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
