ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส
นักวิจัย : สงเคราะห์ ผาสุขนิรันต์
คำค้น : BLEND , PHASE SEPARATION , POLY(METHYL METHACRYLATE) , STYRENE-ACRYLONITRILECOPOLYMER , QUANTITATIVE ANALYSIS , FTIR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001045
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิธีการเตรียมตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) การศึกษาผลของการแยกเฟส(phase separation) และการทำนายสัดส่วนของการผสมของพอลิเมอร์ผสมที่ไม่ทราบความเข้มข้นระหว่างโคพอลิเมอร์ของสไตรีนและอะคริโลไนไตรล์ (SAN) และพอลิเมทิลเมทาคริเลต(PMMA) ที่อัตราส่วนโดยน้ำหนักของ SAN เท่ากับ 30, 40, 50, 60, 70, 80, 90%โดยเครื่องฟูเรียร์ ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปคโตรมิเตอร์ (FTIR) พอลิเมอร์ผสมของSAN และ PMMA ถูกเตรียมโดยวิธีหลอมเหลวด้วยความร้อน (melt Mixing) ในส่วนของการศึกษาวิธีการเตรียมตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยใช้ FTIR พบว่าการเตรียมตัวอย่างเป็นแผ่นฟิล์มเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านการกระจายตัวของตัวอย่าง และ การดูดซับน้ำในอากาศ ในส่วนของการศึกษาผลของการแยกเฟสของพอลิเมอร์ผสมของ SAN และ PMMA พบว่าอินฟราเรดสเปคตรา ของพอลิเมอร์ผสมของ SAN และ PMMA ที่เป็นเนื้อเดียวกัน (Miscible)และที่เกิดการแยกเฟส (phase separation) พบว่าพีคคาร์บอนิล (Carbonyl Peak) ของPMMA ที่เลขคลื่น (Wavenumber) 1732 cm('-1) ของพอลิเมอร์ผสมที่เป็นเนื้อเดียวกันและที่เกิดการแยกเฟส ประกอบขึ้นจากห้าพีคย่อยที่เลขคลื่น 1720, 1726, 1732, 1738 และ1747 cm('-1) ตามลำดับที่ทุกอัตราส่วนการผสม และเมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนของพื้นที่ใต้พีคย่อยแต่ละพีคต่อพื้นที่ใต้พีคของอะคริโลไนไตรล์ (Acrylonitrile) พบว่าอัตราส่วนของพื้นที่ใต้ของพีคย่อยที่เลขคลื่น 1720, 1726, และ 1738 cm('-1) ต่อพื้นที่ใต้ของพีคอะคริโลไนไตรล์ มีแนวโน้มเดียวกัน คืออัตราส่วนของพื้นที่ใต้ของพีคย่อย ต่อพื้นที่ใต้ของพีคอะคริโลไนไตรล์ ระหว่างพอลิเมอร์ผสมที่เป็นเนื้อเดียวกัน มีค่ามากกว่าอัตราส่วนของพอลิเมอร์ที่เกิดการแยกเฟส และพบว่าอัตราส่วนของพื้นที่ใต้ของพีคย่อยต่อพื้นที่ใต้ของพีคอะคริโลไนไตรล์นั้น แปรตามปริมาณของ PMMA ในพอลิเมอร์ผสมยิ่งปริมาณ PMMA มากอัตราส่วนจะมากตาม ในส่วนของการทำนายอัตราส่วนการผสมของพอลิเมอร์ผสมที่ไม่ทราบความเข้มข้นระหว่าง SAN และ PMMA เราสามารถทำนายได้จากการสร้างกราพมาตรฐานระหว่างอัตราส่วนของพื้นที่ใต้พีคคาร์บอนิลต่อพื้นที่ใต้พีคของพีคของหมู่แทนที่ของ SAN ที่เลขคลื่น702 cm('-1) กับอัตราส่วนโดยน้ำหนักของ SAN ในพอลิเมอร์ผสม

บรรณานุกรม :
สงเคราะห์ ผาสุขนิรันต์ . (2545). ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สงเคราะห์ ผาสุขนิรันต์ . 2545. "ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สงเคราะห์ ผาสุขนิรันต์ . "ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
สงเคราะห์ ผาสุขนิรันต์ . ความแตกต่างของอินฟราเรดสเปกตรัมของพอลิเมอร์ผสมของพอลิสไตรีนโคอะคริโลไนไตรส์และพอลิเมทิลเมทาคริเลตในสภาวะที่เข้ากันได้และในสภาวะแยกเฟส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.