| ชื่อเรื่อง | : | โอกาศการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่มที่ได้จากการประปาขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่และการลดโอกาสการก่อตัวด้วยการใช้โพลีอะลูมีเนียมคลอไรด์เป็นสารโคเอกูเลชั่นในปริมาณที่เหมาะสม |
| นักวิจัย | : | อรทัย เพิ่มสุข |
| คำค้น | : | TRIHALOMETHANES FORMATION POTENTIAL , TRIHALOMENTHANES , THMs , THMFP |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000224 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดประสงค์หลักของการศึกษานี้คือ การตรวจวัดเพื่อหาความเข้มข้นของสารไตรฮาโลมีเทน (THMs) และโอกาสการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทน (THMFP) ในน้ำดิบและน้ำประปาจากโรงประปาขนาดเล็กอ่างแก้วและแม่เหียะ จากการศึกษาพบว่า ในน้ำดิบไม่สามารถตรวจพบ THMs แต่พบว่ามีค่า THMFP เฉลี่ยเท่ากับ 253.32 และ 251.52 ไมโครกรัม/ลิตร จากโรงประปาอ่างแก้วและแม่เหียะตามลำดับ นอจากนี้ได้ทำการตรวจวัดหาคุณลักษณะของน้ำดิบ (ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ค่าความกระด้าง TOC DOC และ UV-254) พบว่าความเข้มข้นเฉลี่ยของ TOC เท่ากับ 2.61 และ 2.05 มิลลิกรัม/ลิตร ความเข้มข้นของDOC เท่ากับ 0.48 และ 0.41 มิลลิกรัม/ลิตร และ UV-254 มีค่าเท่ากับ 0.1277 และ0.1447 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับน้ำดิบจากโรงประปาอ่างแก้วและแม่เหียะตามลำดับ สำหรับการตรวจหา THMs ในน้ำประปาพบว่ามีความเข้มข้นเฉลี่ยเท่ากับ 60.0 และ 62.5 ไมโครกรัม/ลิตรและมีค่า THMFP เฉลี่ยเท่ากับ 40.2 และ 46.4 ไมโครกรัม/ลิตร สำหรับน้ำประปาจากโรงประปาอ่างแก้วและแม่เหียะตามลำดับ จากการศึกษาพบว่ามีความเข้มข้นของ THMsในน้ำประปาของน้ำตัวอย่างมีค่าน้อยกว่ามาตรฐานน้ำดื่ม (80 ไมโครกรัม/ลิตร เสนอโดยUS.EPA) นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจวัดค่า TOC DOC และ UV-254 ในน้ำประปาแต่พบว่ามีค่าค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับค่าที่ตรวจวัดในน้ำดิบ จุดประสงค์ข้อที่สอง คือการลดโอกาสการเกิดไตรฮาโลมีเทน โดยการใช้สารโพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์ (PACI)เป็นสารโคเอกูเลชั่น ในการทดลอง Jar-Test ซึ่งทำการทดลองภายใต้สภาวะในช่วงค่าpH 6 ถึง 10 และค่าความเข้มข้นของ PACI ในช่วง 0.5 ถึง 5 มิลลิกรัม/ลิตร จากการทดลองสามารถสรุปได้ว่าที่ pH เท่ากับ 7 เป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการลดค่าTHMFP เมื่อใช้ PACI เป็นสารตกตะกอน โดยค่า THMFP ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเติม PACIที่ความเข้มข้น 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดได้เท่ากับ 70 และสามารถลดค่า THMFP ได้เป็น 95 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเติม PACI 5 มิลลิกรัม/ลิตรนอกจากนี้ยังพบว่า คลอโรฟอร์มและโบรโมไดคลอโรมีเทนเป็นสปีชีส์หลักของสาร THMsโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 69.8 และ 3.2 ในน้ำตัวอย่างตามลำดับ THM ในน้ำตัวอย่างที่ทำการศึกษา และจากการหาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีตัวแทนสารอินทรีย์ธรรมชาติ(THMFP TOC DOC และ UV-254) พบว่า THMFP และ ค่า TOC มีความสัมพันธ์กันที่สุดโดยมีค่า Pearson Correlation factor (R('2)) เท่ากับ 0.9331 ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง THMFP กับค่า DOC และความสัมพันธ์ระหว่าง DOC กับ TOC มีความสัมพันธ์กันสูงเช่นเดียวกัน (R('2) เท่ากับ 0.9257 และ 0.9865 ตามลำดับ) และสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง UV-254 กับสารอินทรีย์ธรรมชาติอยู่ในระดับต่ำมากดังนั้น UV-254 ไม่เป็นพารามิเตอร์ที่ดีในการเป็นตัวแทนในการหาปริมาณของสารอินทรีย์ธรรมชาติ |
| บรรณานุกรม | : |
อรทัย เพิ่มสุข . (2545). โอกาศการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่มที่ได้จากการประปาขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่และการลดโอกาสการก่อตัวด้วยการใช้โพลีอะลูมีเนียมคลอไรด์เป็นสารโคเอกูเลชั่นในปริมาณที่เหมาะสม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรทัย เพิ่มสุข . 2545. "โอกาศการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่มที่ได้จากการประปาขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่และการลดโอกาสการก่อตัวด้วยการใช้โพลีอะลูมีเนียมคลอไรด์เป็นสารโคเอกูเลชั่นในปริมาณที่เหมาะสม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรทัย เพิ่มสุข . "โอกาศการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่มที่ได้จากการประปาขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่และการลดโอกาสการก่อตัวด้วยการใช้โพลีอะลูมีเนียมคลอไรด์เป็นสารโคเอกูเลชั่นในปริมาณที่เหมาะสม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อรทัย เพิ่มสุข . โอกาศการก่อตัวของสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่มที่ได้จากการประปาขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่และการลดโอกาสการก่อตัวด้วยการใช้โพลีอะลูมีเนียมคลอไรด์เป็นสารโคเอกูเลชั่นในปริมาณที่เหมาะสม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
