| ชื่อเรื่อง | : | การรื้อย้ายชุมชนเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (หนองงูเห่า) |
| นักวิจัย | : | ปิยนุช หมัดนุรักษ์ |
| คำค้น | : | NONG NGU HAO , THE SECOND BANGKOK INTERNATIONAL AIRPORT , RELOCATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000806 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | พื้นที่ก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2หนองงูเห่าเดิมเป็นชุมชนที่มีประชาชนอาศัย อยู่ถึง 2,289 ครอบครัวประชากร 8,042 คน มีจำนวนบ้านในพื้นที่ 1,936 หลังคาเรือนในปี พ.ศ. 2534 รัฐมีนโยบายก่อสร้างสนามบินให้แล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2543 จึงกำหนดแผนให้รื้อย้ายชุมชนออกจากพื้นที่ให้หมดในปี พ.ศ. 2539 โดยมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการรื้อย้ายร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการรื้อย้ายเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 มีข้อตกลงร่วมกันโดยความเห็นชอบจากผู้ถูกรื้อย้าย ส่วนใหญ่ให้รัฐจัดหาที่ดินให้เช่าซื้อรายละ 50 ตารางวา ชำระคืนในระยะเวลา 30 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ยการเคหะ แห่งชาติจึงเริ่มดำเนินการจัดทำโครงการบนพื้นที่ 723 ไร่บริเวณตำบลหนองปรือ ราชาเทวะ และตำบล บางโฉลง ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่เดิม 2 กิโลเมตร ใช้งบการลงทุนประมาณ 22,000 ล้านบาทจัดเป็นแปลงที่ดิน จำนวน 2,387 แปลง ต่อมาในปี พ.ศ. 2539ประชาชนเกิดเปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องใหม่เป็น 2 ข้อ คือ ข้อตกลง ที่ 1ประชาชนสามารถเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่ที่รัฐจัดหาให้เป็นที่ดินแปลงโล่งขนาด50 ตารางวา พร้อมรับเงิน ช่วยเหลือหลังคาเรือนละ 50,000 บาทและข้อตกลงที่ คือ ประชาชนขอรับเงินช่วยเหลือ 800,000 บาทต่อหลังคาเรือนแล้วจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่เอง ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่เลือกข้อตกลงที่ 2 โดยปัจจุบันส่วนใหญ่อาศัยในที่ดินเช่าของวัดอยู่และมีผู้รับข้อตกลงที่ 1 เข้าอยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติเพียง 29 หลังเท่านั้น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาเปรียบเทียบสภาพการอยู่อาศัยของประชาชนที่เลือกข้อตกลงต่างกัน 2 กลุ่มว่ามีสภาพทางสังคม, เศรษฐกิจและสภาพที่อยู่อาศัยแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรรวมทั้งศกษาปัญหาด้านที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นจากการรื้อย้ายเพื่อเป็นข้อเสนอแนะแนวทางในการรื้อย้ายชุมชนอื่นๆ ต่อไป ผลจากการศึกษาพบว่า ก่อนการรื้อย้ายประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมมีความสัมพันธ์และช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชนเป็นอย่างดีสภาพที่อยู่อาศัยเดิมโดยมากเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังการรื้อย้ายผู้รับข้อตกลงทั้ง 2กลุ่มส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสภาพทางกายภาพของที่อยู่อาศัยใหม่ซึ่งก่อสร้างด้วยวัสดัที่คงทนถาวร และมีพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นกว่าเดิมแต่ปรากฏว่ามีสภาพทางสังคมที่เปลี่ยนไปเป็นต่างคนต่างอยู่ไม่มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นอกจากนั้นประชาชนส่วนใหญ่ยังมีสภาพเศรษฐกิจที่ด้อยลงกว่าเดิมเนื่องจากไม่สามารถหาอาชีพหลักทดแทนอาชีพเกษตรกรรมได้ส่วนอาชีพใหม่เป็นอาชีพรับจ้างรายวันไม่มีความมั่นคง รายได้ไม่สม่ำเสมอและอยู่ห่างไกลจากที่อยู่อาศัยจึงมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากตลอดจนเกิดภาวะเป็นหนี้สินผู้อยู่อาศัยที่เลือกรับข้อตกลงที่ 1 ต้องเข้าอยู่อาศัยในชุมชนที่มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการโดยเฉพาะรถประจำทางเข้าถึงชุมชนที่ยังไม่พร้อมทำให้ลำบากในการเดินทาง เนื่องจากการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตาม แผนงานที่การเคหะแห่งชาติวางไว้ เพื่อรองรับประชาชน 2,387หลังคาเรือนแต่มีผู้อยู่เพียง 29 หลังคาเรือน ทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุนสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ผู้เลือกข้อตกลงที่ 2 ประสบปัญหาความไม่มั่นคงในกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย และรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายแสดงให้เห็นว่ากระบวนการรื้อย้ายครั้งนี้ไม่สามารถ ทำให้ประชาชนที่ถูกรื้อย้ายมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมได้ และมีแนวโน้มจะเกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายค่าที่อยู่อาศัยได้ในอนาคตเพราะภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น การที่ประชาชนเปลี่ยนข้อตกลงจากครั้งแรกและเลือกรับข้อตกลงที่ 2เนื่องจากประชาชนขาดความ เข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดจากการตัดสินใจในระยะยาว คือ กลุ่มที่ 1 ต้องเข้าอยู่อาศัยในชุมชนที่ไม่สมบูรณ์ส่วนกลุ่มที่ 2 ต้องอยู่อาศัยโดยขาดความมั่นคงในการถือครอง ดังนั้นข้อเสนอแนะในการรื้อย้ายครั้งต่อไป คือ ประชาชนจำเป็นต้องรู้และเข้าใจในกระบวนการรื้อย้ายถึงผลที่ตนจะได้รับจากการตัดสินใจเลือกรับข้อตกลงอย่างครบถ้วนถูกต้อง ดังนั้นกระบวนการเตรียมการก่อนรื้อย้ายจึงมีความสำคัญมากทั้งในด้านการสร้างความเข้าใจ, ความร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนการเตรียมการด้านอาชีพ และการออมทรัพย์นอกจากนี้หากต้องมีการจ่ายค่าชดเชยควรมีการปรับปรุงวิธีการในการจ่ายเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินที่ประชาชนได้รับถูกนำไปใช้เฉพาะเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมเท่านั้น |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยนุช หมัดนุรักษ์ . (2543). การรื้อย้ายชุมชนเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (หนองงูเห่า).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยนุช หมัดนุรักษ์ . 2543. "การรื้อย้ายชุมชนเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (หนองงูเห่า)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยนุช หมัดนุรักษ์ . "การรื้อย้ายชุมชนเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (หนองงูเห่า)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ปิยนุช หมัดนุรักษ์ . การรื้อย้ายชุมชนเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (หนองงูเห่า). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
