| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118 |
| นักวิจัย | : | ฉันชาย โรจนสโรช |
| คำค้น | : | CRIMINAL , THEORY , DECREE , OFFENCES , R.S. 118 |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000475 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ประเทศไทยมีความเป็นเอกราชทางการศาลมาแต่ครั้งอดีตกาลจนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประเทศไทยจำต้องยอมทำสนธิสัญญาเบาริงก์ (Bowring Treaty)กับประเทศอังกฤษ เป็นเหตุให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเอกราชในทางการศาลที่เรียกว่า "สิทธิสภาพนอกอาณาเขต" ซึ่งภายหลังประเทศไทยได้มีการทำสนธิสัญญาในลักษณะนี้กับอีกหลายประเทศสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการสูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตนี้ ได้แก่ กฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น คือ "กฎหมายตราสามดวง" เป็นกฎหมายที่ล้าสมัยและมีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริในการปรับปรุงกฎหมายและการศาลไทย รวมถึงการจัดทำประมวลกฎหมายอาญาขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2451 จึงได้มีการประกาศใช้กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127 ซึ่งถือเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของไทย แต่จากการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายอาญาในช่วงก่อนนั้นจะพบว่าได้มีความพยายามในการร่างกฎหมายอาญาขึ้นก่อนหน้าฉบับหนึ่ง คือ"ร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์ รัตนโกสินทรศก 118" และถือเป็นร่างกฎหมายอาญาที่กำหนดความผิดต่อชีวิตและความผิดต่อร่างกายที่ร่างขึ้นโดยคนไทยโดยมิได้มีชาวต่างประเทศเข้าร่วมด้วย กฎหมายตราสามดวงเป็นกฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในรัชสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยรวบรวมขึ้นจากกฎหมายเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยมีการชำระจัดทำในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จากการศึกษาจะพบว่ามีบทพระไอยการที่บัญญัติลงโทษสำหรับความผิดต่อชีวิตและความผิดต่อร่างกายรวม 4 ลักษณะ ได้แก่ พระไอยการอาญาหลวง พระไอยการอาญาราษพระไอยการลักษณโจร และพระไอยการลักษณวิวาทตีด่ากัน ซึ่งเมื่อศึกษาหลักการแนวคิด และทฤษฎีกฎหมายอาญาเก่าจะพบว่าเกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายหลายประการประกอบกับมีลักษณะบางประการที่ไม่ทันสมัย จากการศึกษาหลักการ แนวคิด และทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่สำหรับความผิดต่อชีวิตและความผิดต่อร่างกายตามร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118พบว่ามีการพัฒนาขึ้นจากที่ปรากฎในกฎหมายตราสามดวง ทั้งในส่วนของการจำแนกความผิดอาญา องค์ประกอบภายใน พยายามกระทำความผิดผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โทษ การแบ่งแยกความรับผิดทางแพ่งจากทางอาญา และการแบ่งแยกกฎหมายสารบัญญัติจากกฎหมายวิธีสบัญญัติ ได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างมากโดยได้รับอิทธิพลหลักกฎหมายอาญาของประเทศอังกฤษที่ใช้บังคับอยู่ในสมัยนั้นคือพระราชบัญญัติความผิดต่อบุคคล พ.ศ.1861 (The Offences Against the PersonAct, 1861) และหลักคอมมอนลอว์ (common law) ซึ่งก่อให้เกิดหลักกฎหมายอาญาใหม่ขึ้นหลายประการ เช่น หลักเจตนาโดยผลของกฎหมายหรือหลักเจตนาโอนเป็นต้น และหลักกฎหมายเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังปรากฎอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบัน ดังนั้น ร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118 จึงแสดงถึงความพยายามของคนไทยในการนำหลักกฎหมายอาญาใหม่มาใช้ โดยเป็นผลิตผลจากภูมิปัญญาของคนไทยที่ควรค่าแก่การศึกษาแต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ร่างพระราชกำหนดฉบับนี้มิได้ถูกประกาศใช้เป็นกฎหมาย |
| บรรณานุกรม | : |
ฉันชาย โรจนสโรช . (2543). การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉันชาย โรจนสโรช . 2543. "การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉันชาย โรจนสโรช . "การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ฉันชาย โรจนสโรช . การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์รัตนโกสินทร ศก 118. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
