ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย
นักวิจัย : วรเทพ เชื้อสุนทรโสภณ
คำค้น : LAUNDERING , MONEY LAUDERING ACT , SUSPICIOUS TRANSACTION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001456
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ได้สร้างมาตรการสำคัญเพื่อช่วยในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือ การสร้างมาตรการในการติดตามเส้นทางการฟอกเงินโดยผ่านกระบวนการการรายงาน การบันทึกข้อเท็จจริง และการแสดงตน โดยได้กำหนดหน้าที่ให้กับสถาบันการเงิน สำนักงานที่ดิน และผู้ประกอบอาชีพหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในการรายงานธุรกรรมที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หนึ่งในธุรกรรมที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวคือ "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย" ผลจากการวิจัยพบว่า แม้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542ได้กำหนดลักษณะเบื้องต้นของธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไว้ในมาตรา 3 โดยแบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆ ถึง 4 ลักษณะก็ตาม แต่ลักษณะเบื้องต้นดังกล่าวก็ยังไม่สามารถสร้างความชัดเจนหรือให้ความกระจ่างแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้ขาดแนวทางในการใช้ดุลพินิจในการเลือกรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยแก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และจากการวิจัยกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศต่างๆ พบว่าจะไม่มีการกำหนดลักษณะเบื้องต้นของธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไว้ในตัวกฎหมายดังเช่นประเทศไทย แต่เกิดจากการรวบรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำไปเป็นกรณีศึกษาแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการรายงาน และจากกรณีศึกษาในต่างประเทศดังกล่าวก็สามารถกำหนดแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ได้ 4 ประการ คือ 1. ความสงสัยในพฤติกรรม 2. การให้ความสำคัญกับธุรกรรมทุกประเภท 3. การสังเกตพิรุธจากพฤติกรรมของบุคคล หรือองค์กรที่ทำธุรกรรม 4. สิ่งบ่งชี้ หรือปัจจัยแวดล้อมอื่น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ชี้ให้เห็นจุดเด่นของข้อจำกัดข้างต้นและเสนอมาตรการในการสร้างบรรทัดฐานในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย โดยการกำหนดรูปแบบในการดำเนินการที่เป็นไปได้ของภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งการสร้างความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางในการเก็บรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาเพิ่มเติมจากกรณีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ มาตรการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้การรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อันส่งผลให้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 สามารถบรรลุเจตนารมย์อย่างแท้จริง

บรรณานุกรม :
วรเทพ เชื้อสุนทรโสภณ . (2544). พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรเทพ เชื้อสุนทรโสภณ . 2544. "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรเทพ เชื้อสุนทรโสภณ . "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
วรเทพ เชื้อสุนทรโสภณ . พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : ศึกษาเฉพาะกรณีธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.