ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)
นักวิจัย : ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต
คำค้น : POLITICAL PARTICIPATION , NON-GOVERNMENTAL ORGANIZATION , ELECTION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001346
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการให้ความหมายของการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งตามทัศนะของเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้งหรือพีเน็ท กับทัศนะของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ะหว่างพีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร ควบคู่กับการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยกำหนดขอบเขตของการศึกษาไว้ที่การเลือกตั้งที่พีเน็ทเข้าไปมีส่วนร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดแรกของไทย ซึ่งมีสมมติฐานไว้ว่า สภาวะทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้งมีที่มาจากปัญหาสองประการคือ ประการแรก พีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมแตกต่างกันในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระ และประการที่สองลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างพีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปในทางปรปักษ์มากกว่าร่วมมือกัน ผลการศึกษา พบว่า สภาวะทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้งมีที่มาจากปัญหาสองประการดังนี้ ประการแรกคือ พีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมแตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระในด้านการบริหารกิจกรรม และด้านการใช้จ่ายการเงินในขณะที่ปัจจัยด้านการจัดโครงสร้างองค์กร ปัจจัยด้านผู้นำ และคุณภาพบุคลากร เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของพีเน็ทในการมีส่วนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างอิสระ ส่วนปัญหาประการที่สองคือ ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างพีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นไปในทางปรปักษ์มากกว่าร่วมมือกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุสำคัญ 4 ประการคือ (1) การมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน (2) ลักษณะงานที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน จึงต้องตรวจสอบซึ่งกันและกันทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่มีทั้งสองมิติคือ ความร่วมมือกัน และขณะเดียวกันก็ตรวจสอบไปด้วย หรือที่เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบคู่ขนาน (3) ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลการทุจริตการเลือกตั้งของพีเน็ทที่ส่งประสานไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นยังขาดน้ำหนักในสายตาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ (4) ทัศนคติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่เอื้อต่อการทำงานของพีเน็ท โดยเฉพาะในเรื่องสถานภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่า พีเน็ทเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้างที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนว่าจ้างมาทำงาน นอกจากนั้น กล่าวได้ว่า การทำงานของพีเน็ท ถือว่าเป็นการเปลี่ยนประชาธิปไตยแบบตัวแทนมาสู่การเป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และเป็นการเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยการเน้นให้เห็นว่าการลงคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายมากยิ่งขึ้น และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในฐานะผู้ใช้สิทธิ และในฐานะเป็นพลเมืองที่ช่วยสอดส่องสังเกตการณ์การเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม

บรรณานุกรม :
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . (2544). ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . 2544. "ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . "ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง: ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.