| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินสำหรับทดสอบระดับของฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งกุลาดำ |
| นักวิจัย | : | ศิวาพร ลงยันต์ |
| คำค้น | : | CRUSTACEAN , MONOCLONAL ANTIBODIES , ~iPenaeus monodon~i , VITELLIN , VITELLOGENIN , GIH , VIH |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001377 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โมโนโคลนอลแอนติบอดีจำเพาะต่อหน่วยย่อยของโปรตีนจากไข่แดงหรือไวเทลลิน (ในรังไข่)และไวเทลโลเจนิน (ในเลือด) ของกุ้งกุลาดำ ผลิตได้โดยใช้สารสกัดรังไข่ที่เจริญเต็มที่ทั้งสภาพธรรมชาติและเสียสภาพธรรมชาติเป็นแอนติเจน แอนติบอดีเหล่านี้สามารถนำมาใช้ศึกษาลักษณะโมเลกุลของไวเทลลินและไวเทลโลเจนินของกุ้งชนิดนี้ได้ ไวเทลลินถูกสร้างครั้งแรกในรูปโปรตีนขนาด 74 และ 200 kD ก่อน และในระหว่างการเจริญเติบโตของรังไข่โปรตีนขนาด 200 kD จะถูกตัดเป็นโปรตีนหน่วยย่อยขนาด 104 และ 83 kD จากนั้นโปรตีนขนาด 104 kD จะถูกตัดต่อไปอีกเป็นโปรตีนขนาด 58 และ 45 kD ส่วนโปรตีนขนาด 74 kD ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ สำหรับไวเทลโลเจนินในเลือดจะพบโปรตีนขนาด 200, 104, 83 และ 74 kD แต่ไม่พบโปรตีนขนาด 58 และ 45 kDเลย โมโนโคลนอลแอนติบอดีจำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินนั้นสามารถนำมาใช้ในการตรวจหาระดับของไวเทลโลเจนินในเลือดด้วยวิธี indirect immunoperoxidase competitive ELISAเพื่อตรวจดูความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงไวเทลโลเจนินในเลือดระหว่างพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งซึ่งชักนำให้เกิดการพัฒนาของรังไข่โดยการตัดตาทั้ง 2 ข้าง พบว่าความสัมพันธ์ของระดับไวเทลโลเจนินในเลือดกับดัชนีของรังไข่ไม่สอดคล้องกันตลอดระยะพัฒนาการของรังไข่ ทั้วนี้เนื่องจากดัชนีของรังไข่และระดับไวเทลโลเจนินในเลือดในแต่ละระยะของพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งแต่ละตัวมีค่าความแปรปรวนสูงมาก อย่างไรก็ตามระดับไวเทลโลเจนินในเลือดกับระยะพัฒนาของรังไข่จะมีความสัมพันธ์กันอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อตรวจสอบระดับไวเทลโลเจนินตลอดพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งแต่ละตัว ในกุ้งที่รังไข่อยู่ในระยะพักไม่สามารถตรวจระดับไวเทลโลเจนินได้จนกระทั่งรังไข่เริ่มต้นมีการพัฒนา ระดับของไวเทลโลเจนินจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและคงอยู่ในระดับสูงระหว่างที่รังไข่กำลังพัฒนาจนถึงระยะไข่สุก และระดับไวเทลโลเจนินจะลดลงอยู่ในระดับต่ำก่อนการวางไข่และในระยะวางไข่ จากการฉีดสารสกัดจากก้านตาให้กุ้งที่รังไข่อยู่ในระยะกำลังเจริญ พบว่าระดับไวเทลโลเจนินในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 2 ชั่วโมงและคงอยู่ในระดับสูงไม่เปลี่ยนแปลงระหว่าง 4-10 ชั่วโมงจากนั้นลดลงเล็กน้อยในชั่วโมงที่ 24 ซึ่งการเพิ่มของระดับไวเทลโลเจนินจะสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณของสารสกัดจากก้านตาที่ฉีดให้กุ้ง การเพิ่มของระดับไวเทลโลเจนินในเลือดหลังจากได้รับสารสกัดจากก้านตาอาจเกิดจากฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ (GIH) ชักนำให้มีการสลายตัวของไวเทลลินจากเซลล์ไข่ซึ่งคล้ายกับกรณีที่เกิดการสลายตัวของรังไข่ในกุ้งปกติเมื่อนำมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ดังนั้นการตรวจสอบฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่สามารถทำได้โดยการตรวจสอบจากการเพิ่มของระดับไวเทลโลเจนินหลังจากการฉีดสารตัวอย่างที่ต้องการทดสอบในช่วงระยะเวลา 4-10 ชั่วโมง |
| บรรณานุกรม | : |
ศิวาพร ลงยันต์ . (2542). การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินสำหรับทดสอบระดับของฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งกุลาดำ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิวาพร ลงยันต์ . 2542. "การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินสำหรับทดสอบระดับของฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งกุลาดำ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิวาพร ลงยันต์ . "การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินสำหรับทดสอบระดับของฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งกุลาดำ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ศิวาพร ลงยันต์ . การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวเทลลินและไวเทลโลเจนินสำหรับทดสอบระดับของฮอร์โมนยับยั้งพัฒนาการของรังไข่ในกุ้งกุลาดำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
