| ชื่อเรื่อง | : | การทำเสถียรและการทำให้เป็นก้อนของตะกรันจากการถลุงแร่เซรัสไซต์ |
| นักวิจัย | : | ประพิศลา เทพสิทธา |
| คำค้น | : | STABILIZATION , SOLIDIFICATION , HEAVY METAL , SLAG , LEAD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000844 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการบำบัดกากตะกรันที่เกิดจากการถลุงแร่เซรัสไซต์เพื่อผลิตตะกั่วแท่งบริสุทธิ์กากตะกรันนี้เป็นของแข็งปนเปื้อนโลหะหนักซึ่งถูกจัดว่าเป็นของเสียอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 6 พ.ศ.2540 วิธีการบำบัดของแข็งปนเปื้อนโลหะหนักที่เหมาะสมคือการทำเสถียรและ/หรือการทำให้เป็นก้อน ขั้นตอนในการศึกษาแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ การศึกษาลักษณะสมบัติของกากตะกรัน การศึกษาการทำเสถียรกากตะกรันด้วยปูนขาว และการศึกษาการทำให้เป็นก้อนแข็งของกากตะกรัน โดยการศึกษาการทำให้เป็นก้อนจะพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการทำให้เป็นก้อนด้วยได้แก่ ชนิดของวัสดุประสาน ขนาดอนุภาคของกากตะกรัน ปริมาณวัสดุประสาน และอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน นอกจากนี้ยังศึกษาผลของระยะเวลาบ่มด้วย เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมต่างๆ ได้แก่ กำลังรับแรงอัด ความหนาแน่น และความเข้มข้นของตะกั่วในน้ำสกัด นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการบำบัด และปริมาตรสุดท้ายของของเสียที่เกิดขึ้นด้วย ผลการศึกษาลักษณะสมบัติของกากตะกรันพบว่ากากตะกรันนี้มีปริมาณตะกั่วประมาณร้อยละ 8 โดยน้ำหนัก ความเข้มข้นของตะกั่วในน้ำสกัดมีค่าประมาณ 9 มิลลิกรัมต่อลิตรซึ่งมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานของเสียอันตรายของกระทรวงอุตสาหกรรม ผลการทดลองทำเสถียรกากตะกรัน พบว่า กำลังรับแรงอัดมีค่าต่ำมากและไม่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานของทางราชการได้ ในขณะที่มีเพียงการใช้ปริมาณปูนขาวร้อยละ100 เทียบกับน้ำหนักกากตะกรันเท่านั้น ที่สามารถทำให้ความเข้มข้นของตะกั่วในน้ำสกัดสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้ ซึ่งที่อัตราส่วนนี้จะทำให้ของเสียมีปริมาตรสุดท้ายเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าของปริมาตรเดิมนอกจากนี้ยังพบว่า การใช้ระยะเวลาบ่มเพิ่มขึ้น จาก 7, 14 และ 28 วันก็ไม่สามารถทำให้คุณสมบัติต่างๆ ของก้อนตัวอย่างดีขึ้นได้จนได้ตามข้อกำหนดของทางราชการ ผลการศึกษาการทำให้เป็นก้อนของกากตะกรันพบว่า การใช้ปูนซีเมนต์ร้อยละ 12 เทียบกับน้ำหนักของกากตะกรันเป็นวัสดุประสาน และอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสานเท่ากับ 0.8 สามารถทำให้คุณสมบัติต่างๆของของเสียผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 6 พ.ศ.2540 นอกจากนี้ยังพบว่าขนาดอนุภาคของกากตะกรันมีผลต่อการทำให้เป็นก้อนด้วยปูนซีเมนต์ โดยเมื่อใช้วัสดุประสานน้อย กากตะกรันที่มีขนาดอนุภาคเล็กจะมีคุณสมบัติต่างๆ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายได้ ในขณะที่กากตะกรันที่มีขนาดอนุภาคใหญ่กว่าไม่สามารถอยู่เป็นก้อนได้ เมื่อเปรียบเทียบการบำบัดทั้งสองวิธีข้างต้น การบำบัดโดยการทำให้เป็นก้อนแข็งด้วยปูนซีเมนต์ในอัตราส่วนร้อยละ 12 เทียบกับน้ำหนักกากตะกรัน มีความเหมาะสมกว่าการผสมด้วยปูนขาวโดยประสิทธิภาพในการทำให้ตะกั่วคงตัวมีค่าร้อยละ 50 และอยู่ในค่าเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับค่าใช้จ่ายในการบำบัดจะตกประมาณ 364 บาทต่อตันของกากตะกรัน ทั้งนี้ไม่รวมค่าสถานที่ฝังกลบ |
| บรรณานุกรม | : |
ประพิศลา เทพสิทธา . (2542). การทำเสถียรและการทำให้เป็นก้อนของตะกรันจากการถลุงแร่เซรัสไซต์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประพิศลา เทพสิทธา . 2542. "การทำเสถียรและการทำให้เป็นก้อนของตะกรันจากการถลุงแร่เซรัสไซต์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประพิศลา เทพสิทธา . "การทำเสถียรและการทำให้เป็นก้อนของตะกรันจากการถลุงแร่เซรัสไซต์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ประพิศลา เทพสิทธา . การทำเสถียรและการทำให้เป็นก้อนของตะกรันจากการถลุงแร่เซรัสไซต์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
