ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ศิวาพร ยิ่งศักดิ์มงคล
คำค้น : TINEA VERSICOLOR , PITYRIASIS VERSICOLOR , TERBINAFINE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000563
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เกลื้อนเป็นโรคติดเชื้อยีสท์ที่ชอบไขมัน ชื่อ ~iMalassezia furfur~i พบมากในคนหนุ่มสาวในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น การดำเนินโรคเรื้อรัง มีอัตราการกลับเป็นซ้ำสูงแม้ได้รับการรักษา การวิจัยนี้ ศึกษาประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีนเทียบกับยาหลอกในการรักษาโรคเกลื้อนในผู้ป่วยจำนวน 67 คน ใช้วิธีการศึกษาแบบ randomized double-blinded placebo-controlled trial ผู้ป่วยจำนวน 34 คน ได้รับยาเทอร์บินาฟีนและผู้ป่วย 33 คนได้รับยาหลอก ผู้ป่วยทายาครึ่งลำตัวบนวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นัดผู้ป่วยเพื่อติดตามผลการรักษาในสัปดาห์ที่ 1,2,4,8 และ 12ตามลำดับ ประเมินผลทางคลินิก โดยดูจากการเปลี่ยนแปลงของอาการคัน ขุยขาวและสีของผื่น และประเมินผลทางห้องปฏิบัติการโดยย้อมดูเชื้อราจากผิวหนังด้วยน้ำยาMethylene blue ผลการศึกษา พบว่าผู้ป่วยทั้ 2 กลุ่มมีการลดลงของขุยขาวและอาการคันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) รวมทั้งมีการลดลงของความแดงแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(p>0.05) ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในสัปดาห์ที่ 2 พบว่าร้อยละ 54.8 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาเทอร์บินาฟีนและร้อยละ 53.6 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก ตรวจไม่พบเชื้อราซึ่งความแตกต่างนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) เมื่อครบ 12 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มกลับมีอาการแสดงทางคลินิกขึ้นมาอีก โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยา 1% เทอร์บินาฟินมีอาการมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่าร้อยละ 47.6 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาเทอร์บินาฟีน และร้อยละ 40 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก มีการตรวจพบเชื้อรา ซึ่งความแตกต่างนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05)และในการติดตามผลข้างเคียงของการรักษา พบเพียง 3 ราย ที่มีอาการคันเพียงเล็กน้อย โดย 2 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับยา 1% เทอร์บินาฟีน และอีก 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก โดยอาการเหล่านี้พบว่าไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องหยุดการรักษา จากการศึกษาครั้งนี้ สรุปได้ว่า การทายา 1% เทอร์บินาฟีนติดต่อกันเป็นเวลา2 สัปดาห์ ให้ผลการรักษาโรคเกลื้อน ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาหลอก (p>0.05)

บรรณานุกรม :
ศิวาพร ยิ่งศักดิ์มงคล . (2541). ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิวาพร ยิ่งศักดิ์มงคล . 2541. "ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิวาพร ยิ่งศักดิ์มงคล . "ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ศิวาพร ยิ่งศักดิ์มงคล . ประสิทธิภาพของยาทา 1% เทอร์บินาฟีน เทียบกับยาหลอกในการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.