| ชื่อเรื่อง | : | การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน |
| นักวิจัย | : | พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ |
| คำค้น | : | SOLITARY COLD THYROID NODULE , PERCUTANEOUS ETHANOLINJECTION , ULTRASOUND GUIDED |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000350 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน (Ultrasoundguided percutaneous ethanol injection, PEI) ได้ถูกนำมาใช้ในระยะเวลาไม่นานนี้ เพื่อรักษาก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่เริ่มเป็นพิษ (pretoxic), เป็นพิษแล้ว (toxic) รวมทั้งชนิดที่ไม่เป็นพิษ (cold) พบว่าได้ผลดีในการลดขนาดของก้อนโดยปราศจากผลแทรกซ้อนที่รุนแรง การวิจัยครั้งนี้ เป็นการประเมินประสิทธิผลประสิทธิภาพของการรักษาด้วย PEI ในการรักษาก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษชนิด benign ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาธัยรอยด์ฮอร์โมนขนาดสูงอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยทำการฉีดสารเอทธานอลเข้มข้น 95% จำนวนรวม 1.5 เท่าของปริมาตรของก้อน โดยแบ่งฉีดสัปดาห์ละครั้งแต่ละครั้งจะฉีดจนสารเอทธานอลกระจายตัวทั่วบริเวณก้อน ทำการวัดขนาดของก้อนก่อนการรักษาเปรียบเทียบกับภายหลังการฉีดครบ 3 เดือน และได้ประเมินความพอใจของผู้ป่วยโดยการให้คะแนนดังนี้ 0 = ไม่พอใจ, 1 = พอใจเล็กน้อย, 2 = พอใจปานกลาง, 3 = พอใจมาก, 4 = พอใจมากที่สุด ผลการศึกษามีผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 18 คน อยู่จนเสร็จสิ้นการศึกษาจำนวน 16 คน เส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนเฉลี่ย 3.63 ซม.(พิสัย 2.2-5.4 ซม.) จำนวนของเอทธานอลที่ใช้ทั้งหมดเฉลี่ย41.2 ซีซี (พิสัย 8-122 ซีซี) แบ่งฉีดเฉลี่ยเป็นจำนวน 3.8ครั้ง (พิสัย 2-7 ครั้ง) พบว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนลดลงเฉลี่ย 24.1% (พิสัย 5.9-49%) ปริมาตรลดลงเฉลี่ย 53.9%(พิสัย 16.6-86.7%) คะแนนความพอใจเฉลี่ย 3.1 (พิสัย 1-4)ผลข้างเคียงที่พบมากที่สุดคือ อาการปวดบริเวณที่ฉีด คิดเป็น82.9% ของจำนวนครั้งของการฉีดทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการปวดมากจำนวน 22.8% ผลข้างเคียงที่พบรองลงมาคือ การปวดร้าวไปบริเวณอื่นๆ จำนวน 25.7% ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง เมื่อทำการทดสอบทางสถิติพบว่า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและปริมาตรหลังการรักษาลดลงเมื่อเทียบกับก่อนรักษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.005 PEI เป็นการรักษาที่สามารถลดขนาดของก้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังลดลงได้ไม่มากเท่าที่รายงานไว้ในต่างประเทศผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับผลการรักษา พบผลข้างเคียงได้บ่อยโดยเฉพาะอาการปวดเฉพาะที่ ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงในอนาคตถ้ามีการปรับปรุงวิธีการรักษาทำให้สามารถลดขนาดของก้อนได้มากขึ้นและมีผลข้างเคียงน้อยลง ก็อาจจะเหมาะที่จะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาธัยรอยด์ฮอร์โมนได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . (2540). การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . 2540. "การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . "การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
