ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด
นักวิจัย : รัชพล สุทธาโรจน์
คำค้น : NITROGEN REMOVAL , AERATED MOVING BED FILTER , FLUIDIZED BED REACTOR , NITRIFICATION , DENITRIFICATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000909
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงความเป็นไปได้และประสิทธิภาพของการกำจัดไนโตรเจน ด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่ (AMBF) และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดซ์เบด(FBR) โดยทำการแปรค่าภาระบรรทุกทางอินทรีย์ 4 ค่าได้แก่1.02, 1.70, 2.39 และ 3.08 กก.ซีโอดี/ม('3)(ตัวกลางในถังปฏิกรณ์ทั้งหมด) - วัน และค่าภาระบรรทุกทางอินทรีย์ 4 ค่าได้แก่ 0.09, 0.15, 0.22 และ 0.28 กก.ทีเคเอ็น/ม.('3) (ตัวกลางในถังปฏิกรณ์ทั้งหมด) - วันตามค่าภาระบรรทุกทางอินทรีย์ตามลำดับ ในการทดลองควบคุมให้มีอัตราการไหลเข้าของน้ำเสียเท่ากับ 190 ลิตร/วันอัตราการสูบน้ำทิ้งกลับเข้าถึง FBR เท่ากับ 3.5 เท่าของน้ำเสียเข้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของถัง AMBF และถัง FBRเท่ากับ 150 และ 39 มม. ตามลำดับ ตัวกลางใช้แอนทราไซท์ขนาด 0.85 มม. มีปริมาณตัวกลางในถัง AMBF และถัง FBRเท่ากับ 30 และ 0.8 ลิตร ตามลำดับ เวลาเก็บกักในถัง AMBFเท่ากับ 4 ชม. 28 นาที (เทียบกับปริมาตรที่ไม่มีตัวกลาง)และในถัง FBR เท่ากับ 22 นาที (เทียบกับปริมาตรที่ไม่มีตัวกลาง) อัตราหมุนเวียนการล้างตัวกรองในถัง AMBF ทำทุก8 ชม. เท่ากับร้อยละ 100 ต่อวัน อัตราหมุนเวียนการล้างตัวกรองในถัง FBR ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่ากับร้อยละ100 ต่อสัปดาห์ ซึ่งผลการวิจัยมีดังนี้ ที่ค่าบรรทุกทางอินทรีย์ 1.05, 1.75, 2.46 และ3.17 กก.ซีโอดี/ม.('3).-วัน มีประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีเท่ากับ 95.1, 95.8, 96.0 และ 95.5% ตามลำดับประสิทธิภาพในการกำจัดไนโตรเจนทั้งหมดเท่ากับ 82.1,83.3, 80.3 และ 64.9% ตามลำดับ จากผลการทดลองข้างตนจะเห็นว่าค่าภาระบรรทุกทางอินทรีย์ที่ 3.17 กก.ซีโอดี/ม.('3).-วัน ประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีของระบบยังมีประสิทธิภาพ แต่ประสิทธิภาพในการกำจัดไนโตรเจนทั้งหมด จะมีประสิทธิภาพลดลงมาก และสามารถสรุปได้ว่าค่าบรรทุกทางอินทรีย์ที่เหมาะสมสำหรับการออกแบบระบบนี้ควรอยู่ในช่วง 1.0 ถึง 2.4 กก.ซีโอดี/ม.('3).-วันที่ทำให้ทั้งการกำจัดซีโอดี และไนโตรเจนทั้งหมดมีประสิทธิภาพที่ยอมรับได้ อัตราการเกิดกระบวนการไนตริฟิเคชัน (NI) สูงสุดในการวิจัยนี้ เท่ากับ 0.15 กก.NH(,3)-N/ม.('3)(ปริมาตรตัวกลางในถัง AMBF)-วัน และมีความสัมพันธ์กับค่าภาระบรรทุกทีเคเอ็น (TL) ดังนี้ NI = -0.5948TL('2)+ 0.6359TL + 0.0104 โดย TL มีค่าในช่วง 0.11 ถึง0.94 กก. ทีเคเอ็น/ม.('3).-วัน อัตราการเกิดกระบวนการดีไนตริฟิเคชัน (DN) สูงสุดในการวิจัยนี้เท่ากับ 13.99 กก.NO(,x)('-) -N/ม.('3)ปริมาตรตัวกลางในถัง FBR)-วัน และมีความสัมพันธ์กับค่าภาระบรรทุกทีเคเอ็น (TL) ดังนี้ DN = 0.0009TL('3) -0.0632TL('2) + 1.0932TL - 1.3209 โดย TL มีค่าในช่วง 3.76 ถึง 20.61 กก. ทีเคเอ็น/ม.('3)-วัน

บรรณานุกรม :
รัชพล สุทธาโรจน์ . (2540). การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชพล สุทธาโรจน์ . 2540. "การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชพล สุทธาโรจน์ . "การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
รัชพล สุทธาโรจน์ . การศึกษาการกำจัดไนโตรเจนด้วยถังกรองชนิดสารกรองเคลื่อนที่และถังปฏิกรณ์ชนิดฟลูอิดไดว์เบด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.