ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักวิจัย : หทัยรัก นภาวงศ์ดี
คำค้น : PERIODONTAL CONDITION , CPiTN INDEX , LOSS OF ATTACHMENTINDEX , P. GINGIVALIS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000941
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก และความรุนแรงของโรคปริทันต์ รวมทั้งการกระจายของ Porphyromonas gingivalisในคราบจุลินทรีย์ใต้เหงือก ในกลุ่มผู้ป่วยของคณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การสำรวจสภาวะปริทันต์ทำโดยใช้ดัชนี Community PeriodonatalIndex of Treatment Needs (CPITN) ร่วมกับดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะขององค์การอนามัยโลก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยจำนวน 268 คน ทุกคนมีโรคปริทันต์ในระดับใดระดับหนึ่ง จากการใช้ดัชนี CPITN เพียงอย่างเดียวพบว่ามากกว่าร้อยละ 55 ของผู้ป่วยที่มีอายุไม่เกิน 24 ปี มีปัญหาโรคเหงือกอักเสบและมีหินน้ำลาย มีเพียงส่วนน้อยที่มีปัญหาโรคปริทันต์อักเสบในขณะที่มากกว่าร้อยละ 600 ของกลุ่มอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปเป็นโรคปริทันต์อักเสบ การศึกษาด้วยดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะเพิ่มเติมขึ้นจากดัชนีCPITN ชี้ให้เห็นว่าร่องลึกปริทันต์ 4-5 มม. ของกลุ่มอายุ 13-24 ปีส่วนใหญ่มีการสูญเสียการยึดเกาะไม่เกิน 3 มม. ในทางกลับกันผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 35 ขึ้นไป พบมีการสูญเสียการยึดเกาะไปมากกว่าความลึกของร่องลึกปริทันต์ แสดงให้เห็นว่าดัชนี CPITN จะสะท้อนการสูญเสียการยึดเกาะมากกว่าความเป็นจริงในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อย แต่กลับกันในกลุ่มอายุมาก คราบจุลินทรีย์ใต้เหงือกจากฟันกรามบนซี่ที่ 1 หรือ 2 ของผู้ป่วย30 คนถูกนำมาตรวจหา P.gingivalis โดยวิธีเพาะเลี้ยงเชื้อบนทริปติเคสซอกานามัยซินอะการ์ และดูคุณสมบัติการย้อนแกรม และการไม่เรืองแสงภายใต้รังสีอัลตราไวโอเลต (365 นาโนเมตร) ตัวอย่างนำมาจากผู้ป่วย 2 กลุ่ม ๆ ละ 15 คน กลุ่มแรกเป็นโรคปริทันต์อักเสบชนิดรุนแรง มี CPITN = 4 ที่ฟันกรามบนซี่ที่ 1 หรือ 2 กลุ่มที่ 2 มีเหงือกปกติ หรือ CPITN = 0 ที่ซี่ฟันดังกล่าวและ ในช่องปากมีระดับ CPITNสูงสุดไม่เกิน 2P.gingivalis พบได้ร้อยละ 86.67 ของผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบชนิดรุนแรง (CPITN =4) คิดเป็นสัดส่วน P.gingivalisต่อแบคทีเรียที่ขึ้นในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจนร้อยละ 0.16 ถึง 18.67(มัธยฐาน 4.22) โดยไม่พบแบคทีเรียชนิดนี้ ในคราบจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับเหงือกปกติ (COITN = 0) เลยผลการศึกษาดังกล่าว แสดงถึงความชุกและความรุนแรงของโรคปริทันต์ ที่มีมากในกลุ่มผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่คณะฯและ ความสำคัญของการใช้ดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะร่วมด้วย ในการบอกถึงสภาวะปริทันต์ได้ดีขึ้น และยังได้สนับสนุนถึงความสัมพันธ์ของP.gingivalis กับโรคปริทันต์อักเสบในกลุ่มประชากรไทย

บรรณานุกรม :
หทัยรัก นภาวงศ์ดี . (2538). การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
หทัยรัก นภาวงศ์ดี . 2538. "การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
หทัยรัก นภาวงศ์ดี . "การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
หทัยรัก นภาวงศ์ดี . การสำรวจสภาวะปริทันต์โดยใช้ดัชนี CPITN และดัชนีการสูญเสียการยึดเกาะ และ การตรวจหา Porphyromonas gingivalis ในผู้ป่วยของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.