| ชื่อเรื่อง | : | การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวโพด (Zea mays L.) ผลิตเมทไธโอนีนปริมาณสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์ |
| นักวิจัย | : | นิธิ เจนไวยาวัจมัย |
| คำค้น | : | PLANT REGENERATION , METHIONINE ANALOG , ETHIONINE RESISTANT CORN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000843 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการศึกษาการชักนำให้เกิดแคลลัสจากส่วนของคัพภะอ่อนและคัพภะแก่ของข้าวโพดไทยสายพันธุ์สุวรรณ 3 , KSX 2301 และ Ki7 บนอาหารสูตรN('6) หรือ MS ที่เสริมด้วย 2,4-D 1-4 มก./ล. และซูโครส 2 เปอร์เซนต์เพาะเลี้ยงในที่มืด แคลลัสชนิด compact และ friable จะเกิดขึ้นได้มีเมื่อวางด้าน embryonic axis ให้สัมผัสกับอาหาร แคลลัสชนิด compactของสายพันธุ์สุวรรณ 3 และ Ki7 เท่านั้น ที่สามารถหวนกลับเป็นต้นได้โดยสายพันธุ์สุวรรณ 3 จะมีประสิทธิภาพสูงสุด สายพันธุ์สุวรรณ 3 จะเกิดเอมบริโอเจนิกแคลลัสสูงสุด เมื่อเพาะเลี้ยงคัพภะขนาด 1.5 มม. บนอาหารสูตร MS ที่เสริมด้วย 2, 4-D 1 มก./ล. และ L-proline 2.3 ก./ล.เอมบริโอเจนิกแคลลัสของสายพันธุ์สุวรรณ 3 จะเจริญได้ดีที่สุดบนอาหารสูตรN(,6) ที่เสริมด้วย 2,4-D 1 มก./ล. และ L-proline 2.3 ก./ล. การชักนำให้เกิดต้นแบบเอมบริโอเจเจซีส ทำได้โดยย้ายเอมบริโอเจนิกแคลลัส ลงบนอาหารที่มีซูโครส 6 เปอร์เซนต์ ปราศจาก 2,4-D และให้แสง 4,000 ลักซ์16 ชั่วโมง/วัน เอมบริโอเจนิกแคลลัสของสายพันธุ์สุวรรณ 3 นี้ สามารถเพาะเลี้ยงต่อเนื่องได้นานกว่า 18 เดือน โดยยังมีลักษณะและความสามารถในการหวนกลับเป็นต้นคงที่ ในการเพาะเลี้ยงเซลล์แบบแขวนลอยของแคลลัสสายพันธุ์สุวรรณ3 ในที่มืดบนอาหารสูตร N('6) ที่เสริมด้วย 2,4-D 1 มก./ล. และL-proline 0.69 ก./ล. พบว่ากลุ่มเซลล์มีขนาดประมาณ 1-5 มม. และกลุ่มเซลล์มีขนาดใหญ่กว่า 500 ไมโครเมตร สามารถหวนกลับเป็นต้นได้ ในการคัดเลือกพันธุ์แคลลัสของข้าวโพดที่ต้านทานต่อเอทไธโอนีนโดยเพาะเลี้ยงแคลลัสบนอาหารที่มีเอทไธโอนีน 0.05 มิลลิโมลาร์ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน สามารถเลือกได้ 11 โคลน ค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญ 50 เปอร์เซนต์ (ID(,50)) ของโคลน NS8 ซึ่งคัดเลือกได้เท่ากับ 0.095 มิลลิโมลาร์ สูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมซึ่งมีค่าเท่ากับ0.05 มิลลิโมลาร์ เมทไธโอนีนอิสระที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์แคลลัส NS8และสุวรรณ 3 เท่ากับ 8.59 และ 3.11 นาโนโมลต่อกรัมน้ำหนักสด ตามลำดับแคลลัส NS8 สามารถหวนกลับเป็นต้นได้ โดยมี % plant regenerationประมาณ 50 เปอร์เซนต์ ต้นข้าวโพดที่เกิดขึ้นมีลักษณะสมบูรณ์เพียง25 เปอร์เซนต์, ต้นแคระแกรน 25 เปอร์เซนต์ และต้นผิดปกติที่มีรงควัตถุสีม่วงทั้งส่วนต้นและราก 50 เปอร์เซนต์ |
| บรรณานุกรม | : |
นิธิ เจนไวยาวัจมัย . (2535). การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวโพด (Zea mays L.) ผลิตเมทไธโอนีนปริมาณสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิธิ เจนไวยาวัจมัย . 2535. "การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวโพด (Zea mays L.) ผลิตเมทไธโอนีนปริมาณสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิธิ เจนไวยาวัจมัย . "การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวโพด (Zea mays L.) ผลิตเมทไธโอนีนปริมาณสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. นิธิ เจนไวยาวัจมัย . การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวโพด (Zea mays L.) ผลิตเมทไธโอนีนปริมาณสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
