| ชื่อเรื่อง | : | แบบแผนการทำงานของสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | เสาวณีย์ คูพูลทรัพย์ |
| คำค้น | : | WOMEN , WORKING PATTERN , WORK CHANGE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000741 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะภูมิหลังทางเศรษฐกิจสังคม และแบบแผนการเจริญพันธุ์ กับแบบแผนการทำงานตั้งแต่ช่วงก่อนแต่งงานจนถึงปัจจุบันของสตรีในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 803 ราย เป็นสตรีที่สมรสครั้งเดียว กำลังอยู่กินกับสามี และมีบุตรโดยคัดเลือกตัวอย่างมาจากโครงการวิจัยการทำงานของสตรีกับความต้องการผู้ดูแลเด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ของสถาบันประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ดำเนินการในปีพ.ศ.2532-2533 ผลการศึกษาพบว่า สตรีส่วนใหญ่ทำงานเป็นบางช่วง คือเริ่มทำก่อนแต่งงาน และจะหยุดหลังจากแต่งงานและมีบุตร กลุ่มรองลงมาคือ ผู้ที่ทำงานต่อเนื่องและผู้ที่ไม่ทำงานเลย สตรีที่ประกอบอาชีพวิชาชีพ และมีการศึกษาสูง จะทำงานต่อเนื่องในสัดส่วนที่สูงกว่าสตรีที่ประกอบอาชีพอื่น และมีการศึกษาต่ำกว่า รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงงานน้อย ขณะที่สตรีบางส่วนที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น โดยเฉพาะอาชีพค้าขาย เมื่อวิเคราะห์แบบแผนการทำงานของสตรีกับตัวแปรต่าง ๆ พบว่าอาชีพ ระดับการศึกษา และรายได้ของสามี ระยะเวลาการทำงานของสตรีจำนวนบุตรที่มีชีวิต ระยะเวลาหยุดงานหลังคลอดบุตรโดยเฉลี่ย และผู้ดูแลบุตรส่วนใหญ่ มีความสัมพันธ์กับแบบแผนการทำงานของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับต่ำกว่า .05 แต่เมื่อใช้รายได้ ระดับการศึกษาและอาชีพของสามี ระดับการศึกษาและอาชีพของสตรี และจำนวนบุตรที่มีชีวิต เป็นตัวแปรควบคุม พบว่ามีความสัมพันธ์กับแบบแผนการทำงานของสตรีดังนี้ อาชีพของสามีมีผลเฉพาะในกลุ่มที่สามีมีรายได้สูง รายได้ของสามีมีผลต่อเพื่อสามีมีการศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษา แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวเปลี่ยนไปเมื่อนำอาชีพของสตรีเข้ามาพิจารณาด้วย ตัวแปรระยะเวลาการทำงานของสตรีพบว่ามีความสัมพันธ์ในทุกกลุ่มการศึกษา และทุกกลุ่มอาชีพ ระดับการศึกษาของสามีมีความสัมพันธ์เฉพาะในกลุ่มที่มีสามีไม่ได้ประกอบอาชีพเท่านั้น จำนวนบุตรที่มีชีวิตมีความสัมพันธ์ต่อเมื่อสามีมีรายได้ปานกลาง รายได้สูง กับกลุ่มสตรีที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการค้า ขณะที่การหยุดงานหลังคลอดบุตรโดยเฉลี่ยมีความสัมพันธ์เฉพาะในกลุ่มสตรีที่สามีมีรายได้ต่ำ ปานกลาง กับกลุ่มสตรีที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการค้า และไม่ได้ประกอบอาชีพ สำหรับผู้ดูแลบุตรส่วนใหญ่นั้นมีความสัมพันธ์กับแบบแผนการทำงานของสตรีเกือบทุกกรณียกเว้นกรณีที่สตรีไม่ได้ประกอบอาชีพ ส่วนระยะเวลาที่สตรีอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและระยะห่างการมีบุตรโดยเฉลี่ยไม่มีผลต่อแบบแผนการทำงานของสตรีเลย ผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีจำแนกพหุพบว่า ตัวแปรต่อไปนี้คือ อาชีพ ระยะเวลาการทำงานและระดับการศึกษาของสตรี ผู้ดูแลบุตรส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ จำนวนบุตรที่มีชีวิต เป็นตัวแปรที่จะส่งผลให้การทำงานของสตรีมีความต่อเนื่องได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ |
| บรรณานุกรม | : |
เสาวณีย์ คูพูลทรัพย์ . (2535). แบบแผนการทำงานของสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวณีย์ คูพูลทรัพย์ . 2535. "แบบแผนการทำงานของสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวณีย์ คูพูลทรัพย์ . "แบบแผนการทำงานของสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. เสาวณีย์ คูพูลทรัพย์ . แบบแผนการทำงานของสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
